กฎกติกาการแข่งขัน
REF : World Karate Federation
กติกาประเภทการต่อสู้ ( KUMITE ) ภาคผนวก
หัวข้อที่ 1: พื้นที่สนามแข่งขัน
หัวข้อที่ 2: การแต่งกาย
หัวข้อที่ 3: การจัด การแข่งขันประเภทการต่อสู้
หัวข้อที่ 4: กรรมการผู้ตัดสิน
หัวข้อที่ 5: เวลาในการแข่งขัน
หัวข้อที่ 6: การให้คะแนน
หัวข้อที่ 7: หลักเกณฑ์การตัดสิน
หัวข้อที่ 8: พฤติกรรมต้องห้ามในการแข่งขัน
หัวข้อที่ 9: การลงโทษ
หัวข้อที่ 10: การได้รับการบาดเจ็บและอุบัติเหตุในการแข่งขัน
หัวข้อที่ 11: การคัดค้านผลการตัดสิน
หัวข้อที่ 12: อำนาจหน้าที่
หัวข้อที่ 13: การเริ่ม การหยุดพัก และการสิ้นสุดการแข่งขัน
หัวข้อที่ 14: การเปลี่ยนแปลงและแก้ใข
ภาคผนวกที่ 1: คำจำกัดความ
ภาคผนวกที่ 2: ท่าสัญญาณของกรรมการผู้ชี้ขาดและสัญญาณธงของกรรมการผู้ช่วย
ภาคผนวกที่ 3: สัญลักษณ์คะแนน
ภาคผนวกที่ 4: แผนภาพแสดงพื้นที่แข่งขันประเภทการต่อสู้
ภาคผนวกที่ 5: แผนภาพแสดงพื้นที่แข่งขันประเภทท่ารำ
ภาคผนวกที่ 6: รายชื่อท่าบังคับท่ารำ
ภาคผนวกที่ 7: รายชื่อท่ารำสำนักต่างๆ ภายใต้กฎ W.K.F.
กติการประเภทท่ารำ ( KATA )
หัวข้อที่ 1: พื้นที่สนามแข่งขัน
หัวข้อที่ 2: การแต่งกาย
หัวข้อที่ 3: การจัด การแข่งขันประเภทท่ารำ
หัวข้อที่ 4: คณะกรรมการควบคุมการตัดสิน
หัวข้อที่ 5: หลักเกณฑ์การตัดสิน
หัวข้อที่ 6: การดำเนินการแข่งขัน
กติกาประเภทการต่อสู้ ( KUMITE )
หัวข้อที่ 1: พื้นที่สนามแข่งขัน
1. สนามแข่งจะต้องเป็นพื้นที่เรียบ เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ

2. สนามแข่งจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีขนาดความกว้างและยาว 8x8 เมตร เมื่อวัดจากด้านนอกของเส้นสนามและมีพื้นที่ป้องกันอันตรายอีกด้านละ 2 เมตร สนามแข่งอาจจะยกให้สูงจากพื้นได้ ไม่เกิน 1 เมตร รวมแล้วสนามแข่งจะมีขนาดเท่ากับ 12x12 เมตร เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขัน

3. ตีเส้นตำแหน่งของกรรมการผู้ชี้ขาด (REFEREE) ยาว 0.50 เมตร ห่างจากจุดศูนย์กลางของสนาม 2 เมตร

4. ตีเส้นขนานสองเส้น ยาว 1 เมตร สำหรับตำแหน่งของผู้แข่งขันโดยเส้นทั้งสองอยู่ทางซ้าย และ ขวา จากจุดศูนย์กลางของพื้นที่แข่งขันเป็นระยะ 1.50 เมตร และทำมุมฉากกับ เส้นตำแหน่ง ของกรรมการผู้ชี้ขาด

5. กรรมการผู้ช่วย (Judges)ทุกคน ต้องนั่งในพื้นที่ปลอดภัย กรรมการผู้ช่วยคนหนึ่งจะหันเข้าหากรรมการผู้ชี้ขาด และกรรมการผู้ช่วยอีกสองคน จะนั่งด้านหลังผู้แข่งขันแต่ละฝ่ายประมาณ 1 เมตร หันไปทางกรรมการผู้ชี้ขาด โดยแต่ละคน จะมีธงแดงและน้ำเงิน

6.หัวหน้าผู้ควบคุมเวลา (Score-Supervisor) จะนั่งที่ผู้ควบคุมคะแนน อยู่ระหว่างผู้บันทึกคะแนน (Scorekeeper) และผู้รักษาเวลา (Timekeeper)

7. พื้นที่ป้องกันอันตราย 1 เมตร ที่อยู่ด้านนอกจะต้องมีสีแตกต่างจากสนามแข่ง

คำอธิบายเพิ่มเติม:

I. ห้ามติดตั้งป้ายโฆษณา, เสา, หรือแผ่นกระดาน ภายในระยะ 1 เมตร ของสนามแข่ง

II. เบาะที่ใช้ปูเป็นสนามแข่ง จะต้องได้มาตรฐาน คือ ไม่ลื่น ด้านบนของเบาะ ต้องมีผิวฝืดเล็กน้อย เบาะต้องไม่หนา เกินไป ซึ่งจะไม่หนา เหมือนเบาะที่ใช้ในการแข่งขันยูโด และด้านล่างของเบาะต้องติดกับ พื้นเวที ต้องอยู่กับที่ ไม่เคลื่อนไหวไปมา จนเกิดช่องโหว่ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้แข่งขันได้

หัวข้อที่ 2: การแต่งกาย
1. ผู้แข่งขัน (Contestents) และโค้ช (Coach) ต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบที่ระบุไว้ในกติกานี้

2. คณะกรรมการควบคุมการตัดสิน (Referee Council) สามารถไล่เจ้าหน้าที่หรือผู้แข่งที่ไม่ปฏิบัติตามกฎที่ระบุไว้ได้

กลุ่มกรรมการผู้ตัดสิน (Referee Panel)
1. กรรมการผู้ชี้ขาดและกรรมการผู้ช่วย ต้องใส่เครื่องแบบที่ผ่านการรับรอง โดยคณะกรรมการควบคุมการตัดสิน ทุกครั้งของการแข่งขัน

2. เครื่องแบบที่ผ่านการรับรองมีลักษณะดังนี้:

- ใส่เสื้อนอกสีน้ำเงินเข้มและมีกระดุมสีน้ำเงิน 2 เม็ด
- ข้างในใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวจะเป็นแขนสั้น
- ผูกเน็คไทที่รับรอง และไม่ใช้หมุดปักเน็คไท
- นุ่งกางเกงขายาวสีเทาอ่อน ไม่พับขา
- ถุงเท้าสีน้ำเงินเข้มหรือสีดำไม่มีลาย และสวมรองเท้าสีดำ แบบสวมที่ใช้ สำหรับใส่บนสนามแข่ง
- กรรมการผู้ชี้ขาดหญิง หรือ กรรมการผู้ช่วยหญิง อาจใส่ที่มัดผมได้

ผู้แข่งขัน

1. ผู้แข่งขันจะต้องใส่เสื้อคาราเต้(Karate Gi) สีขาวไม่มีแถบหรือลวดลาย อนุญาตให้ติดสัญลักษณ์หรือ ธงชาติประจำชาติขนาดไม่เกิน 10 x10 เซนติเมตร บนหน้าอกข้างซ้าย ตราสินค้าของบริษัทผู้ผลิตชุดต้องติด อยู่ในตำแหน่งที่กำหนด เช่น มุมขวาล่างของเสื้อคาราเต้หรือ บริเวณช่วงเอวของกางเกง ส่วนหมายเลข ประจำตัวของผู้แข่งขันที่กำหนดโดยคณะผู้จัดการแข่ง(Directing Committee) จะต้องติดบนหลังเสื้อ ผู้แข่งขันทั้งสอง โดยต้องคาดสายคาดคนละสี ฝ่ายหนึ่งคาดสายคาดเอวสีแดง อีกฝ่ายหนึ่งคาดสายคาดเอวสีน้ำเงิน โดยสายคาดเอวต้องมีความกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร และเมื่อผูกปมแล้วจะต้องเหลือชายลงมาอีกประมาณ 15 เซนติเมตร

2. จากกฎข้อที่ 1 ป้ายโลโก้ของบริษัทผู้ผลิตชุด หรือสปอนเซอร์ที่ติดบนเสื้อผู้แข่งขันนั้น จะต้องได้รับการอนุมัติจาก คณะผู้จัดการแข่งเสมอ

3. หลังจากที่ผู้แข่งขันสวมเสื้อนอกและคาดสายคาดเอวแล้ว ชายเสื้อจะต้องยาวปิดสะโพกพอดี และไม่ยาวเกินกว่า 3 ใน 4 ของต้นขาของผู้แข่งขัน ส่วนผู้แข่งขันหญิงก็สามารถใส่เสื้อยืดสีขาวข้างในได้

4. แขนเสื้อต้องยาวไม่เกินข้อมือ และไม่สั้นกว่ากลางแขน (ระหว่างข้อมือและข้อศอก)และห้ามพับแขนเสื้อ

5. กางเกงต้องมีความยาวพอที่จะคลุม 2 ใน 3 ของหน้าแข้งผู้แข่งขัน(ระหว่างหัวเข่าและข้อเท้า) และห้ามพับขากางเกง

6. ผู้แข่งขันและต้องรักษาความสะอาดของเส้นผมและตัดให้อยู่ในระดับที่ไม่เกะกะในการแข่งขัน และห้ามคาดผ้าคาด ศรีษะ(Hachimaki), ที่คาดผม, หรือกิ๊บโละ แต่ในการแข่งขันแบบ Kata การติดกิ๊บให้เรียบร้อยสามารถ อนุโลมได้ กรรมมการผู้ชี้ขาด มีสิทธิที่จะไล่ผู้แข่งขันที่มีผมยาวเกินไป สกปรก และไม่เรียบร้อยออกจาก การแข่งขันได้

7. ผู้แข่งขันต้องตัดเล็บให้สั้น ห้ามใส่เครื่องประดับโลหะ หรือเครื่องประดับอื่นๆ ที่อาจทำฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บได้ การสวมที่รัดฟันโลหะจะต้องได้รับการอนุญาตจากกรรมการผู้ชี้ขาด และแพทย์ประจำสนามก่อน และผู้แข่งขันจะ ต้องรับผิดชอบเพียงผู้เดียวการณีมีการบาดเจ็บเกิดขึ้น

8. ผู้แข่งขันต้องใส่นวมที่ได้รับการรับรองจากสมาคมสหพันธ์คาราเต้-โดแห่งประเทศไทย(TKF) หรือ สหพันธ์คาราเต้-โดโลก(WKF) โดยฝ่ายหนึ่งใส่สีแดง และอีกฝ่ายหนึ่งใส่สีน้ำเงิน

9. บังคับให้ใส่ฟันยาง

10. อนุญาตให้ส่วมสนับเข่าแบบนุ่ม แต่ไม่อนุญาตให้ใส่สนับแข้ง/เครื่องป้องกันหลังเท้าแบบแข็ง

11. ห้ามสวมแว่นตาขณะแข่ง สามารถใส่คอนเทคเลนส์แบบอ่อนได้ แต่ถ้ามีการบาดเจ็บต้องอยู่ในความรับผิดชอบ ของผู้ใส่เอง

12. ผู้แข่งต้องแต่งกาย หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการตัดสินเท่านั้น ส่วนผู้แข่ง หญิง สามารถใส่อุปกรณ์ป้องกันอื่น ที่ผ่านการอนุมัติได้

13. อุปกรณ์ป้องกันทุกชนิดจะต้องได้มาตรฐานตามที่คณะกรรมการควบคุมการตัดสินกำหนดไว้

14. การใช้ผ้าพันแผล, แผ่นปิดแผล, เนื่องจากการบาดเจ็บ จะต้องผ่านการอนุญาตจากกรรมการผู้ชี้ขาด ด้วยคำแนะนำ ของแพทย์ประจำสนาม

โค้ช(Coach)

โค้ชจะต้องใส่ชุดวอร์มและแสดงบัตรประจำตัวที่ออกให้สำหรับการแข่งตลอดเวลา

คำอธิบายเพิ่มเติม

I. ผู้แข่งขันจะต้องคาดสายคาดเอว(Obi) เพียงเส้นเดียวเท่านั้น คือสีแดงสำหรับ Aka หรือสีน้ำเงินสำหรับ Shiro (ห้ามคาดสายคาดเอวแสดงวิทยฐานะ)
II. ฟันยางจะต้องพอดี ไม่อนุญาตให้ใส่กระจับพลาสติกบริเวณขาหนีบ ผู้แข่งขันที่ละเมิดกฎและถูกตรวจพบ จะต้องถูกลงโทษ
III. การสวมใส่สิ่งอื่นๆ อันเนื่องจากการนับถือหรือความเชื่อทางศาสนา เช่น ผ้าพันศีรษะชาวอิสลาม ผู้แข่งขัน จะต้องแจ้งต่อ คณะกรรมการควบคุมการตัดสินล่วงหน้าก่อนวันเริ่มการแข่งขัน เพื่อพิจารณาการอนุมัติเสมอ ผู้แข่งขันจะไม่ได้รับอนุมัติให้สวมใส่สิ่งดังกล่าวหากทำการแจ้งแบบกะทันหัน
IV. ถ้าผู้แข่งขันแต่งตัวไม่ถูกตามกฎ จะต้องทำการแต่งกายใหม่ให้เรียบร้อยโดยเร็ว ภายในเวลา 1 นาที มิเช่นนั้น จะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
V. กรรมการผู้ชี้ขาดสามารถถอดเสื้อนอกออกได้ถ้าได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการตัดสิน

หัวข้อที่ 3: การจัด การแข่งขันประเภทการต่อสู้

1. การแข่งขันคาราเต้อาจประกอบด้วยการแข่งขัน 2 ประเภท คือ การแข่งขันแบบ Kumite และ/หรือ การแข่งขันแบบ Kata สำหรับการแข่งขันแบบ Kumite สามารถแบ่งเป็นประเภททีมหรือประเภทบุคคล ซึ่งประเภทบุคคลอาจ จำแนกตามพิกัดน้ำหนัก หรือเป็นการแข่งขันแบบไม่จำกัดน้ำหนักก็ได้ และในแต่ละพิกัดน้ำหนักก็จะแบ่งออกคู่

2. ผู้แข่งขันไม่สามารถเปลี่ยนตัวหรือแทนที่กันในการแข่งขันประเภทบุคคลได้

3. ผู้แข่งขันหรือทีมที่ไม่แสดงตนเมื่อถูกประกาศชื่อให้ถือว่า ผู้แข่งขันหรือทีมนั้นสละสิทธิ(Kiken) จากการแข่งขัน

4. การแข่งขันประเภททีมหนึ่งจะประกอบด้วยสมาชิกผู้แข่งขันรวมแล้วต้องเป็นเลขคี่ ทีมชายประกอยด้วยสมาชิก 7 คน ลงแข่งเพียง 5 คนในแต่ละรอบ ทีมหญิงประกอยด้วยสมาชิก 4 คน ลงแข่งเพียง 3 คนในแต่ละรอบ

5. ผู้แข่งขันทุกคือสมาชิกทั้งหมดของทีมโดยไม่มีการกำหนดตัวสำรอง

6.ก่อนการแข่งขันประเภททีม ตัวแทนของแต่ละทีมจะต้องส่งรายชื่อสมาชิกในทีม พร้อมทั้งลำดับการต่อสู้ของ แต่ละคน ซึ่งในแต่ละรอบการแข่งขันนั้น ผู้แข่งขันสามารถเปลี่ยนลำดับการต่อสู้ได้ แต่หลังจากที่ได้รายงาน และเสนอชื่อของการแข่งขันรอบนั้นต่อเจ้าหน้าที่แล้ว จะไม่มีการเปลี่ยนลำดับการต่อสู้อีก

7. ทีมใดที่เปลี่ยนลำดับหรือชื่อผู้เข้าแข่งโดยพลการ ไม่มีการเขียนยื่นคำร้องก่อนการแข่งขันรอบนั้น ทีมนั้นจะถูก ตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน

คำอธิบาย

I.“หนึ่งรอบของการแข่ง”คือขั้นของการแยกการแข่งประเภทหนึ่ง เพื่อให้ได้ผู้ชนะในการแข่งแบบคัดออก โดยหนึ่งรอบจะลดจำนวนผู้แข่งให้เหลือเพียงครึ่งเดียว ซึ่งจะนับรวมผู้ไม่เข้าแข่งด้วย(กรณีสละสิทธิ์การแข่ง) ในความหมายนี้จะใช้กับการแข่งแบบคัดออกรอบแรก(Repechage) ส่วนในการแข่งแบบพบกันหมด (Matrix or Round Robin) หนึ่งรอบหมายถึงการที่ผู้แข่งทุกคนได้มีโอกาสลงสู้หนึ่งครั้ง
II.การใช้ชื่อจริงของผู้แข่งขันอาจไม่สะดวกและเป็นอุปสรรคในการเรียกขาน ดังนั้นควรใช้หมายเลขประจำตัวแก่ ผู้แข่งขัน เพื่อใช้แทนการเรียกชื่อนามสกุลจริงของผู้แข่งขัน
III.เฉพาะผู้แข่งขันที่จะลงแข่งเท่านั้นที่จะมายืนเข้าแถวก่อนการแข่งขัน สมาชิกในทีมท่านอื่นรวมทั้งโค้ชจะต้องนั่ง อยู่ในบริเวณที่กำหนดให้เท่านั้น
IV.โค้ชหรือผู้แข่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากทีมจะต้องยื่นแบบฟอร์มลำดับของผู้แข่งขัน ถ้าโค้ชเป็นผู้ยื่นแบบฟอร์ม จะต้องแสดงบัตรประจำตัวด้วยไม่เช่นนั้นแบบที่ยื่นจะถือเป็นโมฆะ ในแบบฟอร์มจะประกอบด้วยชื่อประเทศ หรือชื่อสโมสร สีของสายสำหรับการแข่งในรอบนั้น และลำดับการต่อสู้ของผู้แข่งขัน พร้อมชื่อของผู้แข่งขัน และหมายเลขประจำตัวผู้แข่งให้ชัดเจน พร้อมด้วยลายเซ็นของโค้ชหรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง
V.ถ้าเกิดการผิดพลาดในตารางการแข่งหรือผู้แข่งลงแข่งผิดในรอบใดก็ตาม การแข่งขันในรอบนั้นถือเป็นโมฆะ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดดังกล่าวในแต่ละรอบ ผู้ชนะควรตรวจสอบชัยชนะที่โต๊ะควบคุมก่อนออกจาก เวทีแข่งขัน

หัวข้อที่ 4: กรรมการผู้ตัดสิน

กลุ่มกรรมการผู้ตัดสิน (REFEREE PANEL)

1. กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินในแต่ละการแข่งขันประกอบด้วย กรรมการผู้ชี้ขาด(Shushin) 1 ท่าน, กรรมการผู้ช่วย (Fukushin) 2 ท่าน และผู้ควบคุมการตัดสิน(Kansa) 1 ท่าน

2. เพื่อการอำนวยความสะดวกในการแข่งขัน ผู้บันทึกคะแนน, โฆษก และผู้รักษาเวลาควรถูกแต่งตั้งขึ้น

คำอธิบายเพิ่มเติม

I.ในการเริ่มแข่ง Kumite กรรมการผู้ชี้ขาดจะยืนเข้าแถวอยู่นอกสนามแข่งขัน โดยด้านซ้ายมือของกรรมการ ผู้ชี้ขาด จะมีกรรมการผู้ช่วยคนที่ 1 และคนที่ 2 อยู่ ส่วนด้านขวามือจะมีกรรมการเทคนิคและถัดไป ก็จะเป็น กรรมการผู้ช่วยคนที่ 3
II. หลังจากที่กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินทั้งหมดและผู้แข่งโค้งทำความเคารพซึ่งกันและกัน กรรมการผู้ชี้ขาดจะถอยหลัง ออกมาหนึ่งก้าว ต่อจากนั้นกรรมการผู้ช่วยและกรรมการเทคนิคหันเข้ามาทางกรรมการผู้ชี้ขาด ทำความเคารพ ให้กัน เสร็จแล้วแยกย้ายไปประจำตำแหน่งของตนเอง
III. กรณีที่มีการเปลี่ยนกลุ่มกรรมการผู้ตัดสินทั้งหมด กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินชุดเก่าจะก้าวเท้าไปข้างหน้าแล้ว กลับหลังหัน หันหน้ามายังกลุ่มกรรมการผู้ตัดสินชุดใหม่และโค้งให้กัน โดยการสั่งของกรรมการผู้ชี้ขาดคนใหม่ ก่อนที่กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินชุดเก่าจะเดินออกจากพื้นที่แข่งขันในทางเดียวกัน
IV. กรณีที่มีการเปลี่ยนตัวกรรมการผู้ช่วยเพียงคนเดียว กรรมการผู้ช่วยคนใหม่เดินเข้ามาหากรรมการผู้ช่วยคนเก่า พร้อมกับโค้งกันก่อนทำการเปลี่ยนตำแหน่ง

หัวข้อที่ 5: เวลาในการแข่งขัน

1.ในการแข่ง Kumite การแข่งขันของฝ่ายชายไม่ว่าจะเป็นการแข่งประเภททีมหรือบุคคลใช้เวลา 3 นาที ส่วนการแข่ง ของผู้หญิง, เด็ก, หรือผู้ฝึกใหม่ใช้เวลา 2 นาที

2. เวลาในการแข่งเริ่มต้นเมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดให้สัญญาณเริ่ม และการแข่งขันจบลงเมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดสั่งว่า “YAME (หยุด)”

3. ผู้รักษาเวลาควรให้สัญญาณหรือกดออดที่เสียงดังชัดเจน เพื่อบอกว่าเหลือเวลา 30 วินาที และ เมื่อหมดเวลาการแข่ง

หัวข้อที่ 6: การให้คะแนน

1. การให้คะแนนสามารถให้ได้ตามระดับต่อไปนี้ :
a.) SANBON 3 คะแนน
b.) NIHON 2 คะแนน
c.) IPPON 1 คะแนน

2. คะแนนจะถูกให้ได้ต่อเมื่อการจู่โจมนั้นมีคุณสมบัติ ดังนี้

a.) Good Form : การจู่โจมด้วยท่าทางที่ดี
b.) Sporting Attitude : ทัศนคติทางกีฬา
c.) Vigorous Application : การใช้พลังและความเร็ว
d.) Awareness (Zanshin) : การระวังการจู่โจมกลับ
e.) Good Timing : จังหวะการจู่โจม
f.) Correct Distance : ระยะของการจู่โจม

3. การให้คะแนน SANBON เกิดจากการที่นักกีฬา

a.) เตะสูง หรือ (JODAN KICK)
b.) กวาดขา หรือเหวี่ยงคู่ต่อสู้ล้มลง และตามด้วยการจู่โจมที่ทำคะแนน

4. การให้คะแนน NIHON เกิดจากการที่นักกีฬา

a.) การเตะระดับลำตัว (CHUDAN KICKS)
b.) ชกด้านหลังของคู่ต่อสู้
c.) ใช้เทคนิคการต่อสู้ด้วยมือเป็นชุดซึ่งแต่ละเทคนิคสามารถทำคะแนนได้
d.) ทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วจึงทำคะแนน

5. การให้คะแนน IPPON เกิดจากการที่นักกีฬา

a.) ใช้การต่อยระดับลำตัว(CHUDAN) หรือระดับสูง( JODAN)
b.) ใช้หลังมือ (UCHI)

6. ผู้แข่งขันสามารถโจมตีส่วนต่าง ๆ ของคู่ต่อสู้ได้เฉพาะบริเวณดังต่อไปนี้ คือ

a.) ศรีษะ
b.) หน้า
c.) คอ
d.) ท้อง
e.) อก
f.) หลัง
g.) ข้างลำตัว

7. การใช้เทคนิคหรือโจมตีคู่ต่อสู้เสร็จสมบูรณ์ในขณะหมดเวลาพอดีถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าผู้แข่งขันยังโจมตีหลังจาก หมดเวลาการแข่งขันแล้ว หรือหลังจากคำสั่งหยุดของกรรมการผู้ชี้ขาดถือว่าไม่ได้คะแนน และอาจถูกลงโทษ ได้เนื่องจากเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้

8. กรณีผู้แข่งขันทั้งสองทำการต่อสู้นอกพื้นที่แข่ง ทั้งสองจะไม่ได้คะแนนถึงแม้ว่าสามารถใช้เทคนิคโจมตีได้อย่าง สมบูรณ์ แต่ในกรณีที่มีคนใดคนหนึ่ง ใช้เทคนิคการโจมตีอย่างสมบูรณ์ขณะอยู่ในพื้นที่แข่ง และ กรรมการผู้ชี้ขาด ยังมิได้ประกาศ “YAME” เพื่อหยุดการแข่งขันกรรมการผู้ชี้ขาดสามารถพิจารณาให้คะแนน ผู้แข่งขันคนนั้นได้

9. ถ้าผู้แข่งขันทั้งสองสามารถใช้เทคนิคการต่อสู้ในเวลาเดียวกัน(Aiuchi) ผู้แข่งขันทั้งสองก็จะไม่ได้คะแนน


คำอธิบายเพิ่มเติม

I. การจับตัวคู่ต่อสู้และทุ่มนั้น สามารถทำได้ต่อเมื่อกระทำหลังจากการใช้เทคนิคจู่โจมของคาราเต้ก่อน หรือคู่ต่อสู้ ได้ทำการจู่โจมและพยายามทุ่มหรือจับตัว
II. เพื่อความปลอดภัย การทุ่มหรือโยนคู่ต่อสู้ในลักษณะต่อไปนี้ ห้ามกระทำและจะถูกเตือนหรือปรับโทษ การทุ่มหรือโยนคู่ต่อสู้โดยมิได้ยึดเหนี่ยว, อันตราย, หรือแกนการหมุนอยู่เหนือระดับสะโพก แต่มีข้อยกเว้น ในการทุ่มหรือโยนคู่ต่อสู้ที่สามารถใช้ได้คือ เทคนิคการปัดเท้าคาราเต้แบบดั้งเดิม ซึ่งไม่ต้องมีการจับยึดคู่ต่อสู้ (De Ashi-barai, Ko uchi gari, Kaui waza, etc) การทำคะแนนหลังจากทุ่มหรือโยนคู่ต่อสู้ : กรรมการผู้ชี้ขาดจะให้เวลาประมาณ 2-3 วินาที หลังจากการทุ่มหรือโยน เพื่อให้โอกาสเข้าทำคะแนน
III. การจู่โจมด้วยท่าทางที่ดี (Good Form) หมายถึง การจู่โจมที่มีลักษณะตรงตามบรรทัดฐานของคาราเต้ดั้งเดิม
IV. ทัศนคติทางกีฬา (Sport Attitude) หมายถึง การจู่โจมด้วยท่าทางที่ดี และไม่มีความตั้งใจที่ จะปองร้ายหรือมุ่งร้าย ต่อคู่ต่อสู้ในขณะที่ใช้เทคนิคจู่โจมทำคะแนน
V. การใช้พลังและความเร็ว (Vigorous Application) หมายถึง การแสดงให้เห็นถึงพลังและความเร็ว ในการใช้เทคนิคจู่โจมและแสดงความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นที่ต้องการให้การจู่โจมสำเร็จ
VI. การระวังการจู่โจมกลับ Awareness (Zanshin) เป็นบรรทัดฐานหนึ่งที่ไม่ค่อย ได้นำมาประกอบการให้คะแนน ซึ่งจะเป็นสภาวะต่อเนื่องจากการโจมตี โดยที่นักกีฬาต้องรักษาระดับสมาธิ, การสังเกตคู่ต่อสู้, และการระวัง ความเป็นไปได้ของการถูกโจมตีกลับจากคู่ต่อสู้ขณะที่ตนเองเข้าทำการจู่โจม เช่น ไม่หันหน้าหนีจากคู่ต่อสู้ ขณะที่ทำการจู่โจมคู่ต่อสู้
VII. จังหวะการจู่โจม (Good Timing) หมายถึง ได้ทำการจู่โจมคู่ต่อสู้ ณ ช่วงเวลาที่มีโอกาสมากที่สุด
VIII. ระยะการจู่โจม (Correct Distance) หมายถึง การจู่โจมคู่ต่อสู้ในระยะที่เหมาะสม ทำให้การจู่โจม มีประสิทธิผลสูงสุด หากทำการจู่โจมขณะคู่ต่อสู้กำลังถอยหลังอย่างเร็วนั้น ผลการจู่โจมก็จะลดลง
IX. ระยะหยุด (Distancing) หมายถึง เมื่อสิ้นสุดการจู่โจมอวัยวะที่ใช้ในการจู่โจม เช่นการเตะหรือชกใบหน้า ควรหยุดลงเมื่อสัมผัสผิวเป้าหมาย หรืออาจมีระยะห่างประมาณ 2-3 เซนติเมตรจากเป้าหมายแต่หากเป็น การต่อยแบบ(Jodan Punch) ซึ่งมีระยะการหยุดที่เหมาะสมและคู่ต่อสู้ไม่ได้แสดงถึงความพยายามที่จะปัด หรือหยุด หรือหลบหลีกใดๆ คะแนนสามารถให้ได้ ทั้งนี้การจู่โจมต้องได้มาตรฐานการจู่โจมในข้ออื่นด้วย
X. เทคนิคการจู่โจมที่ไร้ค่า คือการใช้เทคนิคการจู่โจมที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการให้คะแนน จะไม่ได้รับ คะแนน ไม่ว่าการจู่โจมนั้นจะกระทำในรูปแบบใดหรือถูกเป้าหมายใด เช่น การจู่โจมที่ขาดท่าทางที่ดี หรือขาดพลังและความเร็ว
XI. การโจมตีที่ต่ำกว่าสายคาดเอวยังอาจได้คะแนน ถ้าการโจมตีนั้นกระทำบริเวณที่สูงกว่ากระดูกบริเวณหัวเหน่า, คอ และคอหอยก็เป็นเป้าหนึ่งถ้าผู้แข่งขันสามารถโจมตีไปยังจุดดังกล่าวได้ โดยไม่โดนหรือสัมผัสก็จะได้คะแนน
XII. การโจมตีคู่ต่อสู้อย่างสวยงามบริเวณเหนือบ่าอาจทำให้ผู้โจมตีได้คะแนน จุดโจมตีที่จะไม่ได้คะแนนคือตำแหน่ง บริเวณช่วงต่อระหว่างกระดูกแขนกับหัวไหล่ และกระดูกไหปลาร้า
XIII. สัญญาณกระดิ่งดังขึ้นหมายถึงว่าความเป็นไปได้ที่จะทำคะแนนจบลง แม้ว่ากรรมการผู้ชี้ขาดยังไม่ยุติการแข่งโดย ไม่ตั้งใจในทันทีก็ตาม การที่เวลาหมดไม่ได้หมายความว่าการลงโทษจะไม่สามารถให้ได้ แต่การลงโทษ ยังสามารถให้ได้จากคณะกรรมการผู้ชี้ขาดจนกว่าจะถึงจุดที่ผู้แข่งขันทั้งสองออกจากพื้นที่การแข่งขัน แต่การให้ โทษก็ยังสามารถให้เกินจากจุดนั้นได้อีกโดยจะได้จากคณะกรรมการควบคุมการตัดสิน
XIV. การเข้าโจมตีพร้อมกัน(Aiuchi) จะเป็นไปได้น้อยมาก ไม่เพียงแต่ทั้งสองจะโจมตีพร้อมกันแต่ต้องใช้เทคนิค ทำคะแนนอย่างสมบูรณ์ ทั้งสองเทคนิคอาจจะทำพร้อมกันแต่น้อยมากที่จะมีประสิทธิภาพต่อการทำคะแนน เท่าเทียมกัน หัวข้อที่ 7: หลักการตัดสินผู้ชนะการแข่งขัน กรรมการผู้ชี้ขาดจะต้องห้ามไม่สั่ง “AIUCHI” ในกรณีที่มีเพียงฝ่ายเดียวเป็นผู้ทำคะแนนได้ที่แท้จริง

หัวข้อที่ 7: หลักเกณฑ์การตัดสิน

ผลการตัดสินของคู่แข่งนั้นจะได้ก็ต่อเมื่อผู้แข่งคนใดคนหนึ่งสามารถทำคะแนนห่างจากคู่ต่อสู้ถึง 8 คะแนน, เมื่อเวลา สิ้นสุดลงแล้วมีผู้ได้คะแนนสูงสุด, การขอคำตัดสิน(Hantei), หรือจากโทษที่มีไม่ว่าจะเป็น Hansoku, Shikkaku หรือ Kiken

1. หลังจบการแข่งขันแลัวผู้แข่งขันมีคะแนนเท่ากันหรือไม่มีคะแนนทั้งคู่ ผู้ชนะจะถูกตัดสินโดยกลุ่มกรรมการ ผู้ตัดสิน(Referee Panel)โดยการประกาศขอคำตัดสิน “HANTEI” และมีหลักการพิจารณาผู้แข่งขันดังต่อไปนี้

a.) ทัศนคติ ,จิตใจนักต่อสู้, การแสดงถึงพลังและความแข็งแกร่ง
b.) ผู้ที่ใช้เทคนิคหรือกลยุทธ์ที่เหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม
c.) ผู้ที่ริเริ่มการจู่โจมที่มากกว่า

2. ในการแข่งประเภทบุคคลหากมีคะแนนเท่ากันเมื่อสิ้นสุดการแข่งยกนั้น สามารถต่อเวลาการแข่ง(Encho-sen) ไปได้อีกไม่เกิน 1 นาทีซึ่งการปรับโทษและการเตือนที่เกิดขึ้นในการแข่งขันในยกที่แล้วยังถือว่ามีผลอยู่ ผู้แข่งขันที่ สามารถทำคะแนนแรกได้ก่อนถือว่าเป็นผู้ชนะ แต่หากไม่มีใครทำคะแนนได้ในช่วงต่อเวลา กลุ่มกรรมการผู้ตัดสิน (Referee Panel)จะเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย โดยการขอคำตัดสินให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้ชนะเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ

3. สำหรับการแข่งขันประเภททีม จะไม่มีการต่อเวลา ในกรณีบางคู่ที่มีคะแนนเสมอกัน

4. ทีมที่ชนะคือทีมที่มีจำนวนคนชนะมากกว่า หากมีจำนวนคนที่ชนะเท่ากัน ให้ทีมที่มีคะแนนรวมสูงกว่าเป็นทีมชนะ การนับคะแนนต้องพิจารณาทั้งที่ได้และเสียคะแนนด้วย

5. หากมีการเสมอกันทั้งจำนวนคนแข่งและคะแนนรวมจะให้มีการจัดคู่ตัดสินขึ้น หากยังเสมอกันเมื่อสิ้นสุดยก ให้ต่อเวลาไม่เกิน 1 นาที ผู้ทำคะแนนแรกเป็นผู้ชนะ ในกรณีที่ไม่มีใครสามารถทำคะแนนได้ ให้เป็นไป ตามการขอคำตัดสิน

6. การแข่งขันประเภททีมชาย ทีมที่ชนะนำห่างไปแล้ว 3 คู่จะถูกประกาศให้ชนะในทันที หรือในกรณีทีมหญิง ถ้าชนะนำไปแล้ว 2 คู่ให้ชนะเลยเหมือนกัน

คำอธิบายเพิ่มเติม

I.ในกรณีที่จะมีการขอคำตัดสินกรรมการผู้ชี้ขาดจะออกไปนอกพื้นที่แข่งและประกาศ “HANTEI” ตามด้วยการ เป่านกหวีด 2 ระดับเสียง กรรมการผู้ช่วยจะใช้ธงเป็นสัญลักษณ์เลือกให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะ หลังจากนั้น กรรมการผู้ชี้ขาดจะยกแขนด้านที่อยู่ข้างผู้ชนะ จากนั้นเป่านกหวีดสั้นๆให้กรรมการผู้ช่วยยกธงลง และกลับไปยัง ตำแหน่งเดิมเพื่อประกาศผู้ชนะ
II. ในกรณีที่มีการเสมอกรรมการผู้ชี้ขาดประกาศว่า “HIKIWAKE(เสมอ)” และอาจเริ่มการต่อเวลาหากต้องการได้
III. ในกรณีมีการเสมอหลังการต่อเวลา กรรมการผู้ชี้ขาดจะกลับเข้าประจำตำแหน่งเดิม วางแขนข้างหนึ่งบนหน้าอก เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นความเห็นของตนเองที่จะตัดสิน แล้วจึงยกแขนไปยังด้านที่เห็นว่าควรเป็นผู้ชนะ หลังจากนั้นจึงประกาศผู้ชนะตามวิธีปกติ

หัวข้อที่ 8: พฤติกรรมต้องห้ามในการแข่งขัน

พฤติกรรมต้องห้ามแบ่งเป็น 2 ประเภท

ประเภทที่ 1 (CATEGORY 1)

1. การจู่โจมซึ่งมีการสัมผัสรุนแรงเกินไป และการจู่โจมที่สัมผัสบริเวณคอหอยคู่ต่อสู้
2. การจู่โจมที่ แขน, ขา, ขาหนีบ, ข้อต่อ, หลังเท้า
3. การจู่โจมที่ ใบหน้า โดยใช้เทคนิค แบมือ
4. การทุ่มที่อันตรายและถูกห้ามซึ่งอาจทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บ

ประเภทที่ 2 (CATEGORY 2)

1. เสแสร้งการบาดเจ็บ, แสดงการบาดเจ็บเกินความจริง
2. ออกนอกบริเวณพื้นที่ แข่งขัน (Jogai) บ่อยครั้งเกินไป
3. ต่อสู้โดยขาดการระมัดระวัง หรือขาดการป้องกันตนเองซึ่งอาจนำไปถึงอันตรายต่อตนเองได้ (Mubobi)
4. หลีกเลี่ยงการต่อสู้ เพื่อมิให้คู่ต่อสู้มีโอกาสทำคะแนน
5. การจับและพยายามทุ่มคู่ต่อสู้โดยมิได้ใช้เทคนิคการจู่โจมที่แท้จริงก่อน ยกเว้นคู่ต่อสู้พยายามทุ่มก่อน, และเมื่อ แกนหมุนของการทุ่มอยู่เหนือระดับสะโพก
6. การหน่วงเหนี่ยว, การปล้ำ, การผลัก, การจับยึด โดยไม่มีความพยายามที่จะใช้การจู่โจมตามมา
7. การใช้เทคนิคจู่โจมที่ไม่สามารถควบคุมความปลอดภัย หรืออันตรายให้แก่คู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะจู่โจมถูกเป้าหมายหรือไม่
8. การจู่โจมโดยใช้ ศีรษะ, หัวเข่า, และข้อศอก
9. ใช้คำพูดยั่วยุต่อสู้, ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการผู้ชี้ขาด, ไม่สุภาพต่อกรรมการอื่น, หรือการไร้มารยาทอื่นๆ


คำอธิบายเพิ่มเติม

I. เทคนิคการจู่โจมของคาราเต้ดั้งเดิมมีความรุนแรงสูงซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือถึงตายได้ ดังนั้นในการแข่ง คาราเต้เพื่อการกีฬา, จึงมีการห้ามนำการจู่โจมซึ่งอันตรายมาใช้ และเทคนิคทั้งหมดจะต้องมีการควบคุมบางส่วน ของร่างกาย ให้สามารถรับแรงกระแทกได้ดีพอสมควร เช่น หน้าท้อง แต่บริเวณ ศีรษะ, ใบหน้า, ลำคอ, ขาหนีบ, และข้อต่อที่ยังอ่อนไหว ฉะนั้นการจู่โจมที่ตั้งใจซึ่งก่อให้เกิดการบาดเจ็บอาจถูกปรับโทษ ยกเว้นเกิดขึ้นจาก ผู้ถูกกระทำเอง ผู้แข่งขันต้องจู่โจมด้วยการควบคุมที่ดี และท่าทางที่ดี มิฉะนั้นอาจถูกปรับโทษได้ การสัมผัสบริเวณใบหน้า (Senior และ Junior)
II. การจู่โจมที่จบด้วยการสัมผัสเบาๆ ณ บริเวณใบหน้า, ศีรษะ, ลำคอ อนุญาตได้(แต่ห้ามทำที่คอหอย) หากกรรมการผู้ชี้ขาดเห็นว่าการสัมผัสรุนแรงไป แต่ไม่ถึงขั้นที่ปิดโอกาสให้ผู้ถูกกระทำยังสามารถชนะได้ กรรมการผู้ชี้ขาดจะให้คำเตือน(Chukoku) หากเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีกจะถูกปรับโทษทันที(Keikoku) และ IPPON(1 คะแนน) จะถูกให้แก่ผู้ถูกกระทำ หากเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีก เป็นหนที่ 3จะถูกปรับโทษ (Hansoku Chui) และ NIHON(2 คะแนน) จะถูกให้ผู้ถูกกระทำ และหากยังเกิดขึ้นอีก จะถูกปรับแพ้ทันที (Hansoku) การสัมผัสบริเวณใบหน้า (Cadet) ผู้ฝึกใหม่
III. สำหรับผู้ที่เพิ่มเริ่มฝึกฝนคาราเต้ การจู่โจมที่ใบหน้า, ศีรษะ, และลำคอจะต้องมีการควบคุมอย่างดี หากนวมสัมผัส เป้าจะไม่ได้คะแนนจากกลุ่มกรรมการผู้ตัดสิน สำหรับการเตะที่ศีรษะ, ใบหน้า, ลำคอ นั้น สามารถสัมผัสผิวหนัง ได้อย่างแผ่วเบาเท่านั้น ในกรณีที่ทางเทคนิคเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการสัมผัสรุนแรงมากกว่าการสัมผัสด้วย นวมกับผิวหนังกว่าปกติ กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินอาจจะทำการตักเตือนหรือลงโทษ ส่วนเทคนิคอื่นที่ใบหน้า, ศรีษะ, หรือคอ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บไม่สำคัญว่าจะถูกเบาขนาดไหน จะถูกตักเตือนหรือลงโทษ ยกเว้นการสัมผัสเหล่านั้นเกิดจากฝ่ายตรงข้ามเอง
IV. กรรมการผู้ชี้ขาดต้องหมั่นสังเกตและตรวจสอบผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การตรวจสอบที่ล่าช้าอาจทำให้เกิดเลือดกำเดา ไหลได้ การตรวจสอบยังสามารถบ่งบอกถึงเจตนาของผู้แข่งขันว่าต้องการย้ำจุดบาดเจ็บ เพื่อประโยชน์ ในการแข่งขันหรือไม่ เช่น ชกจมูกที่บาดเจ็บแล้วอย่างรุนแรง หรือถูใบหน้าคู่ต่อสู้อย่างรุนแรง
V. การบาดเจ็บที่มีอยู่แล้วนั้นอาจบิดเบือนความรุนแรงของการสัมผัสได้ ฉะนั้นกรรมการผู้ชี้ขาดต้องคำนึงถึงข้อนี้ ด้วยถ้าจะปรับโทษผู้แข่งขัน เช่น การสัมผัสที่ไม่รุนแรงอาจทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถแข่งขันต่อ เนื่องจากได้รับ บาดเจ็บสะสมมาจากการต่อสู้ยกก่อนๆ และก่อนการแข่งทุกครั้งผู้ควบคุมพื้นที่แข่งขัน(Mach Area Controllers) ต้องตรวจสอบใบรายงานแพทย์และรับรองว่าผู้แข่งว่าสามารถลงแข่งขันได้ กรรมการผู้ชี้ขาดต้องได้รับรายงาน หากผู้แข่งขันได้รับการปฐมพยาบาลมาก่อนหน้านี้
VI. ผู้แข่งขันที่ทำให้การบาดเจ็บที่ดูรุนแรงเกินเหตุ เพื่อต้องการได้รับคะแนนจากโทษปรับนั้นอาจถูกเตือนหรือ ถูกปรับโทษทันที
VII. การแกล้งทำว่าบาดเจ็บทั้งที่ไม่มีอะไรเป็นเหตุมาก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการผิดระเบียบอย่างรุนแรงนั้น ผู้แข่งจะถูก ประกาศว่า “SHIKKAKU(ให้ออกจากการแข่ง)” ตัวอย่างเช่นการล้มลงหรือกลิ้งไปมาบนพื้นที่แข่งโดยไม่มี หลักฐานชัดเจนสนับสนุนจากแพทย์สนาม ส่วนการทำให้การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นดูเกินเลยความเป็นจริงนั้น จะได้รับการเตือนหรือปรับโทษ
VIII. ผู้แข่งขันที่ถูกประกาศว่า “SHIKKAKU” จากการแกล้งบาดเจ็บ จะต้องออกจากสนามแข่งทันที และถูกส่งตัวให้คณะกรรมการแพทย์สนามของ TKF / WKF ตรวจวินิจฉัยผู้แข่งขันก่อนการชิงชนะเลิศจะจบลง ทั้งนี้ เพื่อเป็นข้อมูลให้คณะกรรมการตัดสิน พิจารณาว่าหากผู้แข่งขันที่แกล้งบาดเจ็บจริงจะถูก ปรับโทษสถานหนักที่สุดอาจถึงขั้นห้ามเข้าร่วมการแข่งขันอีกตลอดชีพหากมีการแกล้งบาดเจ็บซ้ำอีกในอนาคต
IX. คอเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุดแม้โดนกระทบเพียงเล็กน้อยก็จะต้องถูกเตือนหรือถูกปรับโทษ ยกเว้นกรณีที่ ผู้ถูกกระทำเป็นผู้กระทำเอง
X. เทคนิคการทุ่มแบ่งเป็น 2 แบบ คือ “ท่าสามัญทั่วไป(Conventional)” ใช้เทคนิคกวาดขาแบบคาราเต้ เช่น De Ashi Bari, Ko Uchi Gare ฯลฯ โดยคู่ต่อสู้จะโดนกวาดขาให้เสียการทรงตัว หรือโดนทุ่มโดยไม่มี การจับถูกตัวก่อน และการทุ่มที่กำหนดว่าจะต้องรัดหรือโอบกอดคู่ต่อสู้เวลาทุ่ม ซึ่งการทุ่มแบบนี้จะทำได้ ก็ต่อเมื่อมีการใช้เทคนิคการเข้าจู่โจมแบบคาราเต้จริงๆก่อน หรือเป็นการตอบโต้การจู่โจมและพยายามทุ่ม หรือจับตัวและแกนการหมุนของการทุ่มต้องไม่อยู่เหนือระดับสะโพก และต้องจับตัวคู่ต่อสู้ไว้ตลอดเวลาเพื่อ ความปลอดภัยสำหรับการทุ่ม เหนือไหล่ เช่น Seio Nage, Kata Garumaฯลฯ นั้นห้ามกระทำ เช่นเดียวกับ “การทุ่มแบบสังเวย(Sacrifice)” เช่น Tomeo Nage, Sumi Gaeshiฯลฯ ถ้าคู่ต่อสู้บาดเจ็บจากเทคนิค การทุ่ม กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินจะเป็นผู้ตัดสิน ว่าควรมีการปรับโทษหรือไม่
XI. ห้ามใช้การจู่โจมด้วยเทคนิคแบบ “แบมือ” ไปยังบริเวณใบหน้าของคู่ต่อสู้ เนื่องจากอันตรายต่อการมองเห็น
XII. Jogai(ออกนอกสนาม) คือสถานะการณ์ซึ่งเท้าหรือส่วนอื่นของผู้แข่งขันสัมผัสส่วนนอกของพื้นที่แข่งขัน ยกเว้นกรณีที่ผู้แข่งขัน ถูกผลักหรือถูกทุ่มออกจากพื้นที่แข่งขันโดยผู้แข่งขันอีกฝ่ายหนึ่ง
XIII. การประกาศ “YAME(หยุด)” มีประโยชน์ในการช่วยตัดสินใจว่า Jogai ได้เกิดขึ้นหรือไม่
XIV. ถ้า Aka(ฝ่ายแดง) ได้ทำการจู่โจมทำคะแนนสำเร็จแล้วออกนอกพื้นที่แข่งขันทันที ดังนั้นการสั่ง “YAME” ควรเกิดขึ้น ณ ช่วงทำคะแนนทันทีและการออกนอกพื้นที่แข่งขันไม่ควรถูกปรับโทษ; แต่หากว่าการจู่โจม ทำคะแนนของ Akaไม่สำเร็จ Yame จะไม่เกิดขึ้นและการออกนอกพื้นที่แข่งขันจะถูกบันทึก; ถ้า Shiro ออกนอกพื้นที่หลังจากที่ Aka จู่โจมทำคะแนนสำเร็จ Yame จะเกิดขึ้น ณ ช่วงทำคะแนนและการออกนอก พื้นที่แข่งขันของ Shiro จะไม่ถูกบันทึก
XV. ถ้าหาก Shiro ออกนอกพื้นที่แข่งขันหลังจาก Aka ทำคะแนน การออกนอกพื้นที่ของ Shiro จะไม่ถูกบันทึก; ถ้า Shiro ออกนอกพื้นที่แข่งขันขณะที่ Aka กำลังจู่โจมทำคะแนนสำเร็จ(โดยที่ Aka ยังอยู่ในพื้นที่แข่งขัน) Aka จะได้คะแนน ส่วน Shiro จะถูกปรับโทษ Jogai
XVI. ผู้แข่งที่ถอยอย่างเดียวโดยไม่พยายามสู้กลับ ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้จู่โจมทำคะแนนจะถูกเตือนหรือปรับโทษ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อเวลาของยกการแข่งขันใกล้สิ้นสุดลง หากการกระทำดังกล่าวมาเบื้องต้น เกิดขึ้นก่อนหมดเวลาการแข่งขันเกิน 10 วินาที (เช่น 12 วินาที) กรรมการผู้ชี้ขาดจะเตือนผู้กระทำผิด ถ้าเคยมี การกระทำผิดตามพฤติกรรมต้องห้ามประเภท 2 มาก่อน ก็จะทำให้เกิดการปรับโทษ หากการกระทำผิดเบื้องต้น เกิดขึ้นก่อนหมดยกแข่งขันน้อยกว่า 10 วินาที (เช่น 8 วินาที) กรรมการผู้ชี้ขาดจะปรับโทษของผู้กระทำผิดด้วย Keikoku และให้คะแนน Ippon แก่คู่ต่อสู้ทันที ถ้าหากมีการกระทำผิดตามพฤติกรรมต้องห้ามประเภท 2 มาก่อนผู้กระทำผิดจะได้รับการปรับโทษครั้งต่อไปตามขั้นการปรับโทษ อย่างไรก็ตามกรรมการผู้ชี้ขาดต้อง มั่นใจว่าการล่าถอยของผู้แข่งขันนั้น มิได้เกิดขึ้นจากการถูกคู่ต่อสู้จู่โจมแบบไม่มีการควบคุมหรือการจู่โจม ที่อันตราย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ผู้จู่โจมจะถูกเตือนหรือปรับโทษได้
XVII. ตัวอย่างหนึ่งของ Mubobi เกิดขึ้นทันทีที่ผู้แข่งขันจู่โจมคู่ต่อสู้ โดยมิได้ระวังความปลอดภัยของตนเอง เช่น ผู้แข่งขันบางคน จู่โจมโดย Reverse Punch ระยะยาว และไม่สามารถป้องกันการจู่โจมกลับของคู่ต่อสู้ การจู่โจมแบบเปิดหน้าเช่นนี้คือ Mubobi และจะไม่ได้คะแนน นอกจากนั้นผู้แข่งขันบางคนยังใช้เทคนิค การแสดงความโอ้อวดโดยการหันหลังให้คู่ต่อสู้ทันทีหลังจากทำการจู่โจม บางทีมีการลดแขนป้องกันลง และ ละเลยการระวังคู่ต่อสู้ ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดความสนใจของกรรมการผู้ชี้ขาดต่อการจู่โจมที่ได้กระทำไป การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็น Mubobi อย่างชัดเจน และหากผู้กระทำ Mubobi เอง ได้รับบาดเจ็บ ให้ถือว่าเป็นความผิดของผู้กระทำ Mubobi เองและกรรมการผู้ชี้ขาดสามารถปฏิเสธการปรับโทษคู่ต่อสู้ได้
XVIII. การประพฤติอย่างไร้มารยาทจากสมาชิกของกลุ่มตัวแทนอย่างเป็นทางการ(Official Delegates) สามารถ นำไปสู่ การตัดสิทธิแข่งขันของผู้แข่งขัน, หรือทีมแข่งขัน, หรือตัวแทนให้ออกจากการแข่งขัน

หัวข้อที่ 9: การลงโทษ

CHUKOKU(การเตือน)
กรรมการจะเตือนผู้แข่งในกรณีที่เป็นความผิดพลาดครั้งแรกและผิดพลาดเพียงเล็กน้อย

KEIKOKU
การลงโทษโดยฝ่ายตรงข้ามได้คะแนน IPPON(1 คะแนน) และเป็นการตักเตือนสำหรับ ความผิดพลาดเล็กน้อย ซึ่งกรรมการได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ในยกแข่งขันนี้ หรือกรณีที่ความผิดพลาดดังกล่าวไม่รุนแรงพอที่จะสั่งลงโทษ HANSOKU CHUI ได้

HANSOKU-CHUI
การลงโทษโดยที่ฝ่ายตรงข้ามได้คะแนน NIHON (2 คะแนน) และมักเกิดเมื่อ กรรมการได้กล่าวตักเตือนและลงโทษแบบ KEIKOKU ไปแล้วในการแข่งที่ผ่านมาหรือ สามารถใช้ปรับโทษดังกล่าว โดยขั้นการกระทำผิดที่รุนแรงแต่ไม่ถึงขั้น HANSOKU

HANSOKU
การลงโทษในความผิดที่รุนแรงมากหรือเมื่อมีการลงโทษ HANSOKU-CHUI มาก่อน ซึ่งมีผลให้ผู้แข่งขันถูกตัดสิทธิการแข่งขันทันที ในกรณีแข่งขันประเภททีม ผู้แข่งขันที่ บาดเจ็บจะได้คะแนนเพิ่ม 8 คะแนนบวกด้วยคะแนนของคู่ต่อสู้ ถ้าคะแนนของคู่ต่อสู้ สูงกว่าของตน

SHIKKAKU
การลงโทษโดยการตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันตลอดรายการ หรือแค่การแข่งประเภท นั้น หรือคณะกรรมการตัดสินจะต้องร่วมปรึกษาและกำหนดขอบเขตของ SHIKKAKU การลงโทษ SHIKKAKU ซึ่งมักใช้ลงโทษกรณีผู้แข่งขันมุ่งร้าย, ไม่เชื่อฟัง กรรมการผู้ชี้ขาด หรือละเมิดกฎการแข่งและทำให้เสียเกียรติของกีฬาคาราเต้ หากเป็น การแข่งประเภททีม ถ้าสมาชิกของทีมได้รับ SHIKKAKU คู่ต่อสู้จะได้รับคะแนน 8 คะแนน บวกกับคะแนนของผู้กระทำผิดถ้าคะแนนของผู้กระทำผิดสูงกว่าของตน


คำอธิบายเพิ่มเติม

I. การกระทำความผิดตามพฤติกรรมต้องห้ามประเภท 1 และประเภท 2 นั้นไม่สามารถสะสมข้ามประเภทได้
II. การปรับโทษสามารถให้ได้เมื่อมีการกระทำผิดกฎ แต่เมื่อปรับโทษแล้วหากมีการกระทำความผิดในประเภทเดิม ซ้ำอีก จะต้องปรับโทษรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วยและจะไม่มีการเตือน หรือลงโทษสำหรับการสัมผัสที่รุนแรงเกินเหตุ อันสมควร แล้วหลังจากนั้นยังมีการเตือนอีก ถ้ามีการสัมผัสรุนแรงเป็นครั้งที่ 2
III. Chukoku เกิดขึ้นเมื่อเห็นได้ว่ามีการละเมิดกฎเพียงเล็กน้อย แต่ความสามรถของผู้แข่งที่จะชนะการแข่งขัน ไม่ลดน้อยลงจากความผิดของฝ่ายตรงข้าม(ในความเห็นของกลุ่มกรรมการผู้ตัดสิน)
IV. Keikoku อาจให้โดยตรงได้ทันทีไม่ต้องมีการให้การเตือนก่อนซึ่งการให้ Keikoku นั้น กลุ่มกรรมการ ผู้ตัดสิน เห็นว่าผู้แข่งขันที่ถูกละเมิดกฎนั้นมีแนวโน้มที่จะสามารถชนะการแข่งขันนั้นน้อยลง
V. HANSOKU CHUI อาจใช้ปรับโดยตรงได้ทันทีหรือใช้หลังจากการเตือนแล้ว หรือหลังจาก KEIKOKU ทั้งนี้ในสายตาของกลุ่มกรรมการผู้ตัดสินผู้แข่งที่ถูกละเมิดกฎมีแนวโน้มน้อยมากที่จะสามารถชนะการแข่งขันได้
VI. HANSOKU อาจใช้ปรับโทษโดยตรงในกรณีมีการละเมิดกฎอย่างรุนแรง หรือจากการเพิ่มโทษทีละขั้นขึ้นมาก็ได้ ซึ่งจะถูกใช้เมื่อกลุ่มกรรมการผู้ตัดสินเห็นว่า โอกาสที่ผู้แข่งที่ถูกละเมิดกฎจะชนะการแข่งขันนั้นเป็นศูนย์ไปแล้ว
VII. ผู้แข่งที่ได้รับโทษ HANSOKU จากการก่อให้เกิดการบาดเจ็บ หรือในกรณีที่กลุ่มกรรมการผู้ตัดสิน และผู้ควบคุม พื้นที่แข่งขัน(Match Area Controllers) เห็นว่าผู้แข่งขันท่านนั้นได้กระทำการที่เสี่ยง เป็นอันตราย หรือไม่สามารถควบคุมการจู่โจมตามข้อกำหนดการแข่งของ TKF / WKF ได้นั้น จะถูกทำรายงานเสนอต่อ คณะกรรมการตัดสิน เพื่อพิจารณาว่าผู้แข่งดังกล่าวควรถูกตัดสิทธิจากการแข่งทันทีและ/หรือตัดสิทธิในการแข่ง ตลอดรายการ
VIII. SHIKKAKU สามารถนำมาปรับโทษกับผู้แข่งขันโดยตรงได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการให้การเตือนก่อนซึ่งอาจเกิด ขึ้น จากการที่ผู้ฝึกสอนหรือเพื่อนร่วมทีมของผู้แข่งขันนั้นๆ ประพฤติตนในทางที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อ เกียรติยศของกีฬาคาราเต้ หรืออาจเกิดจากการที่กรรมการผู้ชี้ขาดเชื่อมั่นว่าผู้แข่งขันดังกล่าวมีพฤติกรรมมุ่งร้าย หรือประสงค์ร้ายโดยไม่จำเป็นที่การบาดเจ็บจะต้องเกิดขึ้นจริง หากเป็นเช่นนี้การปรับโทษ SHIKKAKU เป็นโทษที่สมควร กว่า HANSOKU
IX. โทษ SHIKKAKU ต้องถูกประกาศต่อหน้า สาธารณะชน

หัวข้อที่ 10: การได้รับการบาดเจ็บและอุบัติเหตุในการแข่งขัน

1. KIKEN คือ การที่ผู้แข่งขันไม่ปรากฏตัวเมื่อถูกเรียกลงแข่งขัน, ไม่สามารถลงแข่งต่อได้, การละทิ้งการแข่งขัน เนื่องจากการบาดเจ็บของผู้แข่งขันเองซึ่งมิได้เกิดจากการกระทำของฝ่ายตรงข้าม, หรือถูกถอนชื่อออกจากการแข่ง โดยการตัดสินของกรรมการตัดสินชี้ขาด

2. กรณีที่ผู้แข่งขันทั้งสองคนได้รับการบาดเจ็บในเวลาเดียวกัน หรือเป็นการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้วและได้รับ การตัดสินยืนยันจากแพทย์สนาม ส่งผลให้ผู้แข่งขันทั้งสองไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ ผู้แข่งขันที่ทำคะแนน ได้สูงที่สุดขณะนั้นก็จะเป็นผู้ชนะโดยปริยาย แต่ในกรณีที่ผู้แข่งขันทั้งสองมีคะแนนเท่ากัน การตัดสินผู้แพ้หรือ ชนะจะขึ้นอยู่กับการประกาศขอคำตัดสินของกรรมการผู้ชี้ขาด

3. กรณีที่ผู้แข่งได้รับบาดเจ็บมากและแพทย์สนามตัดสินใจให้เลิกการแข่งขัน ผู้แข่งดังกล่าวก็ไม่สามารถลงแข่งได้อีก ในเกมการแข่งขันนัดนั้น

4. ผู้แข่งที่ได้รับชัยชนะจากการบาดเจ็บในการแข่งขันใดก็ตาม จะไม่สามารถทำการแข่งขันได้อีก นอกจากได้รับการ ยินยอมจากแพทย์สนาม แต่ถ้าผู้แข่งขันดังกล่าวลงแข่งขันและได้รับชัยชนะเนื่องจากการบาดเจ็บอีกเป็นครั้งที่สอง ผู้แข่งขันดังกล่าวจะถูกถอนชื่อออกจากการแข่งขันคุมิเตะ และไม่สามารถลงแข่งขันได้อีกในการแข่งขันนัดนั้น

5. เมื่อผู้แข่งท่านใดได้รับบาดเจ็บ กรรมการผู้ชี้ขาดจะต้องให้สัญญาณหยุดการแข่งขันทันที เพื่อทำการเรียก แพทย์สนามมาตรวจสอบ วินิจฉัย และให้การปฐมพยาบาลแก่ผู้แข่งขันดังกล่าว

6. ผู้แข่งที่ได้รับบาดเจ็บขณะแข่งขันอยู่และมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการปฐมพยาบาล สามารถขอเวลา 3 นาที เพื่อ ทำการปฐมพยาบาลได้ หากไม่สามารถปฐมพยาบาลให้เสร็จภายใน 3 นาที กรรมการผู้ชี้ขาดต้องตัดสินว่า ผู้แข่งขัน ดังกล่าวควรถูกประกาศว่าไม่พร้อมเข้าแข่งขันต่อ (ตามหัวข้อ 13 ข้อ 9d) หรือขยายเวลาปฐมพยาบาลออกไป

7. ผู้แข่งคนใดที่ล้มหรือถูกทุ่มและไม่สามารถยืนทรงตัวได้ภายใน 10 วินาที ถือว่ามีสภาพไม่เหมาะสมที่จะแข่งต่อไป และจะถูกถอดชื่อจากการแข่งคุมิเตะทั้งหมดในการแข่งนัดดังกล่าว กรณีผู้แข่งคนใดล้มหรือถูกทุ่มและไม่สามารถ ยืนขึ้นทันที กรรมการผู้ชี้ขาดจะส่งสัญญาณให้ผู้รักษาเริ่มจับเวลาโดยการเป่านกหวีด 1 ครั้ง เพื่อเริ่มการนับ ถอยหลัง 10 วินาที ขณะเดียวกันหากจำเป็นก็จะเรียกแพทย์สนามเข้ามาปฐมพยาบาล และผู้รักษาเวลา จะหยุดนาฬิกาเมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดให้สัญญานหยุดโดยยกแขนขึ้น


คำอธิบายเพิ่มเติม

I. เมื่อแพทย์สนามประกาศว่าผู้แข่งไม่เหมาะสมที่จะแข่งขันต่อไป จะต้องมีการบันทึกบนบัตรตรวจสอบผู้แข่งขัน (Monitoring Card) ส่วนระดับขั้นของความไม่พร้อมของผู้แข่งต้องถูกแสดงอย่างชัดเจนต่อกลุ่ม กรรมการผู้ตัดสิน
II. ผู้แข่งอาจชนะจากการที่คู่ต่อสู้ถูกตัดสิทธิแข่งขันเพราะมี โทษปรับสะสมแบบไม่รุนแรงของพฤติกรรมต้องห้าม ประเภท 1 ซึ่งผู้ชนะอาจไม่ได้รับบาดเจ็บมากมาย แต่หากว่าในรอบต่อต่อไปผู้ชนะคนเดิมได้รับชัยชนะจากการ ที่คู่ต่อสู้ถูกตัดสิทธิแข่งจากโทษปรับ โดยการใช้พฤติกรรมต้องห้ามประเภท 1 ซ้ำอีกรอบ ก็จะทำให้ผู้ชนะ ดังกล่าวถูกถอดถอนออกจากการแข่งในนัดดังกล่าว แม้ว่าผู้ชนะนั้นจะสามารถทำการแข่งขันต่อได้ก็ตาม
III. กรรมการผู้ชี้ขาดควรเรียกแพทย์สนาม เมื่อผู้แข่งขันได้รับบาดเจ็บและต้องการการปฐมพยาบาลเท่านั้น
IV. จะมีเพียงแพทย์สนามเท่านั้นที่จะทำการรับรองความปลอดภัยในการแข่งต่อของผู้แข่งขัน เนื่องจากแพทย์สนาม เป็นผู้ที่จะบริหารทางการแพทย์ให้กับการแข่งขันโดยเฉพาะ
V. สำหรับการใช้กฎ 10 วินาที(Ten Second Rule) ผู้รักษาเวลาสำหรับกฎ 10 วินาที ควรจะถูกแต่งตั้งเป็นพิเศษ โดยจะมีสัญญานเตือนที่ 7 วินาทีและจะให้สัญญานอีกทีที่ 10 วินาที ผู้รักษาเวลาจะเริ่มจับเวลา เมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดให้สัญญานเริ่ม และจะหยุดเมื่อผู้แข่งยืนตรงแล้วกรรมการผู้ชี้ขาดยกมือขึ้น
VI. กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินจะทำการตัดสินผู้ชนะบนพื้นฐานของ KIKEN, HANSOKU หรือ SHIKKAKU
VII. ในการแข่งขันประเภททีม หากสมาชิกในทีมได้รับ KIKEN ฝ่ายคู่ต่อสู้จะได้รับคะแนน 8 คะแนนบวกกับ คะแนนที่มีอยู่แล้วของฝ่ายคู่ต่อสู้ ถ้าคะแนนที่รวมแล้วนั้นสูงกว่าที่มีอยู่

หัวข้อที่ 11: การคัดค้านผลการตัดสิน

1. ไม่อนุญาตให้ทำการประท้วงผลการตัดสินต่อกลุ่มกรรมการตัดสินในขณะที่กำลังทำหน้าที่ตัดสินอยู่

2. หากขั้นตอนการปฏิบัติงานของกรรมการผู้ชี้ขาดขัดกับกฎระเบียบ ผู้ที่มีสิทธิคัดค้าน คือประธานของสหพันธ์/ สโมสร/ชมรม/ทีมนั้นๆ หรือ ผู้แทน อย่างเป็นทางการ ของทีมเท่านั้น

3. การคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับผลการตัดสิน สามารถทำได้โดยการเขียนรายงานทันที หลังการแข่งขันสิ้นสุดลง (ยกเว้นการคัดค้าน ที่เกี่ยวกับความผิดพลาด ของเจ้าหน้าที่บริหารจัดการ การแข่งขัน โดยให้แจ้งต่อผู้ควบคุมพื้นที่ การแข่ง เพื่อทำการแก้ไขได้ทันท่วงที)

4. ผู้คัดค้านสามารถเสนอรายงานต่อตัวแทนของคณะอุทธรณ์(Appeals Jury) จากนั้นคณะอุทธรณ์พิจารณาจาก สภาพแวดล้อมและข้อมูลที่มีอยู่ รายงานผลการตัดสิน จะถูกจัดทำขึ้นและถูกประกาศ เพื่อบังคับใช้ตามที่ คณะอุทธรณ์ลงมติ

5. การประท้วงหรือคัดค้านใดอันเนื่องมาจากการใช้กฎกติกาการแข่งขันนั้น ตัวแทนอย่างเป็นทางการของทีม หรือผู้แข่งขัน จะต้องนำเสนอรายงาน ตามขั้นตอนที่กรรมการกลาง แห่งสมาคมสหพันธ์คาราเต้แห่งประเทศไทย(TKF-DC) หรือ กรรมการกลางแห่งสหพันธ์คาราเต้โลก (WKF-DC) กำหนดพร้อมทั้งเซ็นชื่อปิดท้าย

6. ผู้ที่ทำการคัดค้าน จะต้องจ่ายเงินสำหรับค่าคัดค้าน จำนวนหนึ่งตามที่ TKF-DC / WKF-DC เห็นสมควร และเอกสาร การคัดค้านนั้นจะถูกส่งให้ตัวแทนคณะอุทธรณ์

7. คณะอุทธรณ์ประกอบด้วยตัวแทน 1 ท่านจากคณะกรรมการควบคุมการตัดสิน (Referee Council) คณะกรรมการเทคนิค (Technical committee) และคณะกรรมการแพทย์สนาม (Medial Committee)


คำอธิบายเพิ่มเติม

I.ในการคัดค้านนั้นจะต้องเสนอชื่อผู้แข่งขัน, กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินที่ทำการตัดสิน และรายละเอียดของ การคัดค้าน แต่ผู้คัดค้านไม่สามารถทำการฟ้องร้อง หรือคัดค้านเกี่ยวกับมาตรฐานการตัดสินโดยทั่วไป
II. การคัดค้านจะถูกพิจารณาโดยคณะอุทธรณ์จะศึกษาจากหลักฐานที่ส่งมากับคำคัดค้าน คณะอุทธรณ์อาจใช้เทป บันทึกภาพ(VIDEO TAPE)และสอบถามเจ้าหน้าที่ต่างๆ วัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบว่าให้รับคำคัดค้านหรือไม่
III. ในกรณีที่คณะอุทธรณ์เห็นด้วยกับการคัดค้าน จะมีการดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป และจะมีมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันมิให้เกิดซ้ำอีกในการแข่งในอนาคต สำหรับเงินมัดจำที่ได้ชำระไว้นั้นจะถูกคืนกลับโดยฝ่ายการเงิน
IV. กรณีที่คณะอุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับการคัดค้าน การคัดค้านนั้นจะถูกปฏิเสธและเงินมัดจำที่ชำระไว้นั้น จะถูกยึด โดย TKF / W.K.F.
V. เพื่อให้มั่นใจว่าการแข่งขันจะดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีการชะลอเวลาแข่ง จะเป็นหน้าที่ของกรรมการเทคนิค ที่จะดูแล ให้การแข่งยังคงเป็นไปตามกฎการแข่งขัน
VI. กรณีที่มีการผิดพลาดเกิดขึ้นมาจากฝ่ายบริหารจัดการแข่งขันเกิดขึ้น โค้ชควรแจ้งโดยตรงต่อผู้ควบคุมพื้นที่ การแข่ง เพื่อนำแจ้งกรรมการผู้ขี้ขาดต่อไป

หัวข้อที่ 12: อำนาจหน้าที่

Referee Council(คณะกรรมการผู้ควบคุมการตัดสิน)

1. ตรวจสอบความถูกต้อง ในการจัดเตรียมการของทุกการแข่งขัน โดยปรึกษาร่วมกับคณะผู้จัดการแข่งเกี่ยวกับ การจัดการพื้นที่แข่งขัน, การจัดเตรียมอุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ, การบริหารจัดการการแข่งขัน, และการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

2. กำหนดและแต่งตั้งกรรมการ ผู้ควบคุมพื้นที่แข่งขัน (Match area controller) /หัวหน้ากรรมการ ตามความเหมาะสม เพื่อดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่แข่งขัน พร้อมทั้งสำรวจข้อบกพร่อง รวมทั้งให้รายละเอียด ต่างๆ หรือดำเนินการ ทั้งนี้ อาจจะให้กรรมการควบคุมพื้นที่แข่งขันทำรายงานส่งด้วย

3. ควบคุมและประสานงานทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการต่างๆ

4. จัดหาเจ้าหน้าเพิ่มเติมในตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ในกรณีที่จำเป็น

5. สอบสวนและยื่นเรื่องเพื่อพิจารณาการตัดสินในเนื้อหา ของการตัดสินอย่างเป็นทางการ มีอำนาจตัดสินเด็ดขาด กับปัญหาด้านเทคนิค ที่เกิดขึ้น ในการแข่งขัน และมิได้มีการระบุไว้ในกฎกติกาการแข่งขัน

Match Area Controller (กรรมการควบคุมพื้นที่แข่งขัน)

1. บริหาร, แต่งตั้ง, และแบ่งงานกรรมการผู้ชี้ขาดและกรรมการผู้ช่วย ในขอบเขตภายใต้การควบคุมดูแลของ กรรมการควบคุมพื้นที่แข่งขัน

2. ดูแลประสิทธิภาพการทำงานของกรรมการผู้ชี้ขาด และกรรมการผู้ช่วยว่าปฏิบัติหน้าที่สมบูรณ์ตามบทบาทที่ได้ รับมอบหมายไว้หรือไม่

3. สั่งให้กรรมการผู้ชี้ขาดระงับการแข่งขันเมื่อกรรมการเทคนิคให้สัญญาณว่ามีการขัดแย้งกับกฎของการแข่งขัน

4. รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้ความรับผิดชอบประจำวัน พร้อมทั้งเสนอให้ความคิดเห็น(ถ้ามี) เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการผู้ตัดสิน

Referees (กรรมการผู้ชี้ขาด)

1. กรรมการชี้ขาด(SHUSHIN) มีอำนาจในการควบคุมการแข่งขัน (ตั้งแต่การประกาศเริ่มการแข่งขัน, การสั่งพัก การแข่งขัน, และประกาศการสิ้นสุดการแข่งขัน)

2. ให้คะแนน

3. ให้คำอธิบายรายละเอียดแก่กรรมการควบคุมพื้นที่แข่งขันและคณะกรรมการควบคุมการแข่งขัน หรือคณะอุทธรณ์ ถ้าจำเป็นเกี่ยวกับบรรทัดฐานการให้คะแนน

4. การให้คำตักเตือนและบทลงโทษแก่ผู้แข่งขันก่อน, ระหว่าง, และหลังการแข่งขัน

5. รับและพิจารณาความคิดเห็นของกรรมการผู้ช่วย

6. ประกาศการต่อเวลาการแข่งขัน

7. ดำเนินการขอคำตัดสิน (Hantei) ของกลุ่มกรรมการผู้ตัดสิน และประกาศผล

8. ประกาศผู้ชนะ

9. กรรมการผู้ชี้ขาดไม่ได้มีอำนาจควบคุมดูแลเฉพาะพื้นที่การแข่งขัน หากมีอำนาจในการควบคุมดูแลพื้นที่ข้างเคียงด้วย

10. กรรมการผู้ชี้ขาดเป็นผู้ให้สัญญาณและประกาศการให้คำสั่งต่างๆ รวมทั้งผลการตัดสิน

Judges (กรรมการผู้ช่วย : FUKUSHIN)

อำนาจกรรมการผู้ช่วยมีดังนี้

1. ช่วยกรรมการผู้ชี้ขาดโดยใช้สัญญาณธง

2. ลงคะแนนให้ความคิดเห็นในกรณีที่ต้องการการตัดสิ

กรรมการผู้ช่วย จะสังเกตการณ์การแข่งขัน อย่างละเอียดและส่งสัญญาณให้ กรรมการผู้ชี้ขาด ในกรณีดังต่อไปนี้

A.) เมื่อผู้แข่งขันได้คะแนน
B.) เมื่อผู้แข่งขันละเมิดกติกาหรือใช้เทคนิคที่ผิดในการต่อสู้
C.) เมื่อผู้แข่งขันได้รับบาดเจ็บหรือไม่สบาย
D.) เมื่อผู้แข่งขันคนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองออกนอกบริเวณพื้นที่แข่งขัน (JOGAI)
E.) ในกรณีอื่นๆ ที่กรรมการผู้ช่วยเห็นว่าสมควรรายงานต่อกรรมการผู้ชี้ขาด

Arbitrator (กรรมการเทคนิค : KANSA)

ช่วยกรรมการผู้ควบคุมพื้นที่แข่งขัน โดยตรวจตราการแข่งขันและยกที่การแข่งขันดำเนินอยู่ หากว่าการตัดสินของ กรรมการผู้ชี้ขาดหรือกรรมการผู้ช่วย ไม่เป็นไปตามกฎของการแข่งขัน กรรมการเทคนิคจะยกสัญญาณธงสีแดงหรือ กดออดทันที กรรมการผู้ควบคุมพื้นที่แข่งขัน จะสั่งให้กรรมการผู้ชี้ขาด ระงับการแข่งขัน หรือยกของการแข่งขันและ แก้ไขข้อผิดพลาด บันทึกของการแข่งขัน ที่จะเก็บไว้เป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการ ต้องถูกรับรองโดยกรรมการเทคนิค

Score Supervisors (หัวหน้าผู้ควบคุมคะแนน)

จะทำการเก็บบันทึกคะแนนที่ให้โดยกรรมการผู้ชี้ขาด และยังทำหน้าที่ตรวจตราการทำงานของผู้รักษาเวลา และผู้บันทึกคะแนน

คำอธิบายเพิ่มเติม

I. เมื่อกลุ่มกรรมการผู้ช่วยทั้ง 3 ท่านให้สัญญาณเหมือนกันหรือทำให้รู้ว่าได้ให้คะแนนแก่ผู้แข่งคนเดียวกัน กรรมการผู้ชี้ขาดจะหยุดการแข่งขันและกระทำตามเสียงส่วนใหญ่
II. หากว่ากรรมการผู้ชี้ขาดไม่ระงับการแข่งขัน ทันที กรรมการเทคนิคจะยกสัญญาณธงสีแดง หรือกดออด เมื่อกรรมการผู้ช่วย 2 ท่าน ให้สัญญาณเหมือนกันหรือทำให้รู้ว่าได้ให้คะแนนแก่ผู้แข่งขันคนเดียวกัน กรรมการ ผู้ชี้ขาดจะพิจารณาความเห็นของกรรมการผู้ช่วยทั้ง 2 ท่าน แต่อาจปฏิเสธที่จะระงับการแข่งขันถ้าไม่เห็นด้วย กับความเห็นดังกล่าว
III. อย่างไรก็ตามเมื่อมีการหยุดการแข่งขัน และกรรมการผู้ชี้ขาดมีความเห็นขัดแย้งการให้คะแนนกับเสียงส่วนใหญ่ กรรมการผู้ชี้ขาดอาจขอให้กรรมการผู้ช่วยทั้ง 2 ท่าน พิจารณาความคิดเห็นอีกครั้ง แต่กรรมการผู้ชี้ขาด ไม่สามารถตัดสินขัดกับคำตัดสินของกรรมการผู้ช่วยทั้ง 2 ท่าน ยกเว้นจะได้รับการสนับสนุนจากกรรมการ ผู้ช่วยท่านที่ 3
IV. กรรมการผู้ชี้ขาดอาจขอให้กรรมการผู้ช่วยไตร่ตรองคำตัดสินอีกครั้ง หากเชื่อมั่นว่าคำตัดสินนั้นผิดหรือเมื่อถูก ปฏิบัติตามก็จะขัดกับกฎ เช่น เมื่อมีการสัมผัสที่มากเกินไปจากเทคนิคการจู่โจม หรือมีการให้คะแนนแก่ผู้แข่งขัน ที่อยู่นอกพื้นที่แข่งขัน (JOGAI) หรือ เมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดเห็นว่าคะแนนที่ให้นั้นสูงหรือต่ำเกินไป
V. เมื่อกรรมการผู้ช่วยทั้ง 3 ท่านมีความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกันเลย กรรมการผู้ชี้ขาดอาจให้คำตัดสิน แต่ต้องได้รับการสนับสนุนโดยกรรมการผู้ช่วย 1 ท่านก่อน
VI. ในกรณี HANTEI กรรมการผู้ชี้ขาดและกรรมการผู้ช่วยแต่ละท่านจะมีสิทธิออกเสียง 1 เสียง และในกรณีที่ ต่อเวลาแล้วยังมีการเสมออีก กรรมการผู้ชี้ขาดถึงจะใช้สิทธิออกเสียงชี้ขาด
VII. กรรมการผู้ช่วยจะให้คะแนนได้ต่อเมื่อเห็นการกระทำอย่างชัดเจน หากไม่มั่นใจว่าผู้แข่งขันได้จู่โจมถึงพื้นที่ ที่ได้คะแนนจริง กรรมการผู้ช่วยตัดสินควรให้สัญญาณว่าไม่เห็น(MIENAI)
VIII. บทบาทของกรรมการเทคนิค คือต้องทำให้มั่นใจว่าการแข่งขันหรือยกแข่งขันจะต้องถูกดำเนินไปตามกฎ ของการแข่งขัน กรรมการเทคนิคมิใช่กรรมการตัดสินอีกท่าน กรรมการเทคนิคไม่มีสิทธิลงคะแนนออกเสียง ตัดสิน เช่นจะให้คะแนนหรือไม่ หรือว่า JOGAI ได้เกิดขึ้นหรือไม่ หน้าที่หลักของกรรมการเทคนิค จะเกี่ยวกับ เรื่องของขั้นตอนต่างๆเท่านั้น
IX. ในกรณีที่กรรมการผู้ชี้ขาดไม่ได้ยินเสียงระฆังหมดเวลา หัวหน้าผู้ควบคุมคะแนน(Score Supervisor) จะเป่านกหวีด
X. เมื่อต้องมีการอธิบายบรรทัดฐานการให้คะแนนของคณะกรรมการผู้ชี้ขาดหลังการแข่งขัน จะต้องพูดให้กรรมการ ผู้ควบคุมพื้นที่แข่งขัน หรือคณะกรรมการควบคุมการตัดสิน หรือคณะอุทธรณ์ฟังเท่านั้น และไม่พูดให้ผู้อื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องฟังเด็ดขาด

หัวข้อที่ 13: การเริ่ม การหยุดพัก และการสิ้นสุดการแข่งขัน

1. การใช้คำพูดและสัญญาณของกรรมการผู้ชี้ขาดและกรรมการผู้ช่วยจะแสดงไว้ในภาคผนวกที่ 1 และ 2

2. กรรมการผู้ชี้ขาดและกรรมการผู้ช่วยจะเข้าประจำตำแหน่งที่กำหนดไว้ และตามด้วยการโค้งคำนับแลกเปลี่ยน แก่กันของผู้แข่งขัน จากนั้นกรรมการผู้ชี้ขาด จะประกาศว่า “SHOBU HAJIME” เพื่อเริ่มการแข่งขัน

3. กรรมการผู้ชี้ขาดสามารถหยุดการแข่งขันโดยประกาศว่า “YAME” และถ้าจำเป็นกรรมการผู้ชี้ขาดจะสั่งให้ผู้แข่งขัน ทั้งสอง กลับเข้าประจำตำแหน่งเดิม(MOTO NO ICHI)

4. เมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดกลับเข้าไปยืนที่ตำแหน่งของตน กรรมการผู้ช่วยจะให้ความเห็นโดยการใช้สัญญาณธง ถ้ามีการให้คะแนน กรรมการผู้ชี้ขาดจะประกาศผลการตัดสินโดยใช้สัญญาณมือ บ่งบอกฝ่ายที่ได้คะแนน (AKA หรือ SHIRO) ตำแหน่งที่ถูกจู่โจม (Chudan หรือ Jodan) เทคนิคที่ทำให้ได้คะแนน (TSUKI, UCHI หรือ KERI) และแล้วกรรมการผู้ชี้ขาดจะให้คะแนน โดยใช้ท่าทางตามที่ได้อธิบายไว้ หลังจากนั้นกรรมการผู้ชี้ขาด สามารถเริ่มการแข่งขันอีกครั้งโดยประกาศว่า “TSUZUKETE HAJIMEI”

5. เมื่อผู้แข่งขันท่านใดท่านหนึ่งได้คะแนนนำคู่แข่งเกิน 8 แต้มในรอบนั้น กรรมการผู้ชี้ขาด จะประกาศ “YAME” เพื่อให้ผู้แข่งขันทั้งสอง กลับไปประจำตำแหน่งเริ่มต้น หลังจากนั้นกรรมการผู้ชี้ขาดจะประกาศผู้ชนะ โดยการ ยกมือทางด้านผู้ชนะขึ้น และประกาศว่า “SHIRO (AKA) NO KACHI” แล้วการแข่งขันก็จะสิ้นสุดลง

6. เมื่อเวลาการแข่งขันได้สิ้นสุดลง ผู้แข่งขันที่ได้คะแนนมากกว่าจะถูกประกาศว่าเป็นผู้ชนะ กรรมการผู้ชี้ขาดจะ ประกาศ โดยยกมือทางด้านผู้ชนะขึ้นและประกาศว่า “SHIRO (AKA) NO KACHI” แล้วการแข่งขันก็จะสิ้นสุดลง

7. เมื่อเวลาการแข่งขันได้สิ้นสุดลง แต่คะแนนของผู้แข่งขันทั้งสองเสมอกัน หรือไม่มีใครได้คะแนน กรรมการผู้ชี้ขาด จะประกาศ “YAME” เพื่อให้ทุกคนกลับไปประจำตำแหน่งเริ่มต้น กรรมการผู้ชี้ขาดจะออกนอกพื้นที่แข่ง พร้อมประกาศว่า “HANTEI” และตามด้วยสัญญาณนกหวีด 2 ระดับหลังจากนั้นกรรมการผู้ช่วย และกรรมการผู้ชี้ขาดจะให้ความเห็นในการตัดสิน โดยกรรมการผู้ชี้ขาดจะตัดสินโดยการยกมือ และกรรมการ ผู้ช่วยจะตัดสินผลโดยการยกธงขึ้น ถ้าผลการออกเสียงเสมอ กรรมการผู้ชี้ขาด จะประกาศว่าการแข่งขันนี้เสมอกัน (HIKIWAKE) และเริ่มการต่อเวลาในกรณีที่เห็นว่าเหมาะสม

8. กรรมการผู้ช่วยและกรรมการผู้ชี้ขาดมีคนละ 1 เสียงในการ HANTEI ยกเว้นถ้ายังตัดสินผลไม่ได้หลัง ENCHO-SEN แล้ว กรรมการผู้ชี้ขาดจะเป็นผู้ตัดสินเพียงคนเดียวเพื่อเป็นการยุติการแข่งขันที่อาจจะเสมอกันอีก

9. กรรมการผู้ชี้ขาดจะประกาศ “YAMEI” หยุดการแข่งขันชั่วคราว เมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้เกิดขึ้น

A.) เมื่อผู้แข่งขันท่านใดท่านหนึ่ง หรือทั้งคู่ออกนอกพื้นที่แข่งขัน
B.) เมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดต้องการสั่งให้ผู้แข่งขันท่านใดท่านหนึ่งจัดชุดแข่ง หรืออุปกรณ์ ในการป้องกันตัวให้เรียบร้อย
C.) เมื่อกรรมการผู้ชี้ขาด เห็นว่าผู้แข่งขันท่านใดท่านหนึ่งได้กระทำผิดกติกาการแข่งขัน
D.) เมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดเห็นว่าผู้แข่งขันท่านใดท่านหนึ่งหรือทั้งคู่ ไม่สามารถที่จะทำการแข่งขัน ต่อไปได้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ, ป่วย, หรือด้วยสาเหตุอื่น หลังจากถามความเห็นจาก แพทย์สนาม กรรมการผู้ชี้ขาดจะเป็นผู้ตัดสินว่าผู้แข่งขันดังกล่าวสามารถทำการแข่งขัน ต่อไปได้หรือไม่
E.) เมื่อผู้แข่งเข้าจับคู่ต่อสู้แต่ไม่ได้ใช้เทคนิคอื่นเพื่อทำการต่อสู้ จู่โจมหรือทุ่มภายใน 2 – 3 วินาที
F.) เมื่อผู้แข่งขันท่านใดท่านหนึ่ง หรือทั้งคู่ถูกทุ่มหรือล้มลงและไม่มีการใช้เทคนิคการต่อสู้ ภายใน 2 – 3 วินาที
G.) เมื่อเท้าของผู้แข่งขันทั้งคู่ไม่แตะพื้นจากการล้มลงหรือพยายามทุ่มและเริ่มมีการปลุกปล้ำกัน
H.) เมื่อกรรมการผู้ช่วย 3 ท่านให้สัญญาณเหมือนกัน หรือให้คะแนนผู้แข่งขันฝ่ายเดียวกัน

คำอธิบายเพิ่มเติม

I. เมื่อเริ่มการแข่งขัน กรรมการผู้ชี้ขาดจะเรียกผู้แข่งขันทั้งสองเข้าประจำตำแหน่งเริ่มต้น ถ้าผู้แข่งขันเข้ามา ภายในพื้นที่แข่งขันก่อนเวลาเริ่ม จะถูกเชิญให้ออกนอกพื้นที่ ผู้แข่งขันจะโค้งให้กันและกันเพื่อแสดงความเคารพ (การผงกหัวนิดหน่อยๆเป็นการไม่สุภาพและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง) กรรมการผู้ชี้ขาด สามารถเรียกให้ผู้แข่งขัน ทั้งสองแสดงความเคารพซึ่งกันและกัน โดยการใช้สัญญาณมือดังที่แสดงในภาคผนวกที่ 2 เมื่อไม่มีการเคารพกัน
II. ก่อนที่กรรมการผู้ชี้ขาดประกาศเริ่มการแข่งขันใหม่อีกครั้ง กรรมการผู้ชี้ขาดต้องตรวจดูว่าผู้แข่งขันทั้งสอง กลับไปประจำตำแหน่งที่เส้นของตนเรียบร้อยหรือไม่, ผู้แข่งขันที่เคลื่อนไหวไปมาจะต้องถูกสั่งให้อยู่นิ่งๆ และอยู่ในท่าพร้อมที่จะทำการแข่งขันใหม่ โดยกรรมการผู้ชี้ขาดจะพยายามเริ่มการแข่งขันโดยเร็ว เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเสียเวลาในการแข่งขันให้น้อยที่สุด

หัวข้อที่ 14: การเปลี่ยนแปลงและแก้ใข
Only the WKF Sports Commission with the approval of the WKF Directing Committee can alter or modify these rules.
กติการประเภทท่ารำ ( KATA )
หัวข้อที่ 1: พื้นที่สนามแข่งขัน

1. พื้นที่การแข่งขันจะต้องเป็นพื้นที่เรียบเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ

2. พื้นที่การแข่งขันควรมีขนาดเพียงพอเพื่อไม่ให้มีการรบกวนการแสดง KATA


คำอธิบายเพิ่มเติม

I. เพื่อความเหมาะสมในการแสดง kata พื้นที่ที่แข่งขันต้องเป็นพื้นเรียบมีผิวหน้าสม่ำเสมอ โดยทั่วไป สามารถใช้เสื่อสำหรับแข่ง Kumite ก็ได้

หัวข้อที่ 2: การแต่งกาย
1. ผู้เข้าแข่งกันและกรรมการผู้ตัดสิน จะต้องสวมชุดตามระเบียบ การแต่งกาย ตาม กติกาประเภทการต่อสู้ ในหัวข้อที่ 2

2. Any person who does not comply with this regulation may be disbarred.

EXPLANATION:

I. The karate-gi jacket may not be removed during the performance of Kata.
II. Contestants who present themselves incorrectly dressed will be given one minute in which to remedy matters.

หัวข้อที่ 3: การจัด การแข่งขันประเภทท่ารำ

1. การแข่งขัน kata แบ่งออกเป็นประเภททีมและประเภทบุคคล โดยการแข่งขันประเภททีมจะมีสมาชิกในทีม ทั้งหมด 3 คนเป็นผู้หญิงล้วนหรือชายล้วน การแข่งขันประเภทบุคคลก็แบ่งออกเป็นการแข่งขันเดี่ยว ประเภทบุคคลหญิงและประเภทบุคคลชาย

2. ระบบการคัดออกแบบการชิงตำแหน่งที่ 3 (Reprechage) จะถูกนำมาใช้

3. ผู้แข่งขันต้องใช้ทั้งท่าบังคับ(SHITEI) และท่าอิสระ(TOKUI) โดยท่าที่ใช้ในการแข่ง kata ซึ่งจะต้อง ได้รับการยอมรับจากสถานที่ฝึกคาราเต้-โด ที่ถูกยอมรับจากสหพันธ์คาราเต้แห่งโลก (WKF) ยึดตามระบบ Goju, Shito, Shoto และWado ใน 2 รอบแรกจะไม่อนุญาตให้ใช้ท่าอื่นเลย ตารางท่าบังคับของท่า KATA จะอยู่ในภาคผนวกที่ 6 และรายการของ KATA ที่เป็นที่ยอมรับจะอยู่ในภาคผนวกที่ 7

4. ใน 2 รอบแรกผู้แข่งสามารถเลือกจากรายชื่อ shitei kata เท่านั้น ไม่อนุญาตให้แสดงท่าอื่นที่แตกต่างไปได้

5. ในรอบต่อมาผู้แข่งขันสามารถเลือกท่าจากรายชื่อ TOKUI KATA ในภาคผนวกที่ 7 โดยท่าที่แข่งเหล่านี้เป็นท่า ที่ถูกสอนจากสถานฝึกของผู้แข่งจะถูกนำมาแข่งได้

6. ท่าที่จะใช้ในการแข่งขันจะต้องเขียนถูกแจ้งไว้ที่โต๊ะคะแนนก่อนเริ่มการแข่งขัน

7. ผู้แข่งขันจะต้องแสดง KATA ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละรอบ เมื่อแสดง KATA ใดไปแล้วห้ามแสดงซ้ำอีก อย่างไรก็ตามถ้ามีการแข่งขันรอบคัดเลือก เนื่องจากมีผู้แข่งขันมากท่า tokui KATA ที่ใช้ในการแข่งรอบคัดเลือก ซึ่งเลือกขึ้น จะสามารถนำมาใช้ได้อีกในรอบอื่นที่เหมาะสม

8. ในรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขัน KATA แบบทีม ใน 2 ทีมที่เข้าแข่งจะแสดง KATA จากรายชื่อ TOKUI KATA ในภาคผนวกที่ 7 ในแบบปกติและพวกเขาจะต้องทำการแสดงความหมายของท่า bunkai KATA ซึ่งมีระยะเวลา 3 นาทีในการแสดง

หัวข้อที่ 4: คณะกรรมการควบคุมการตัดสิน

1. คณะกรรมการควบคุมการตัดสิน(Referee Council) หรือกรรมการผู้ควบคุมพื้นที่แข่งขัน (Match Area Controller) จะกำหนดรายชื่อ กลุ่มกรรมการ ผู้ตัดสินจำนวน 3 คนในการแข่งขันแต่ละครั้ง

2. ถ้ามีการเพิ่มเติมผู้ควบคุมคะแนนและผู้ประกาศจะถูกแต่งตั้งได้

คำอธิบายเพิ่มเติม

I. กรรมการผู้ชี้ขาดจะนั่งอยู่ตรงเส้นรอบนอกของเขตการแข่งขัน หันหน้าเข้าหาผู้แข่งขัน ส่วนกรรมการผู้ช่วยอีก 2 ท่านจะนั่งอยู่ที่ด้านซ้ายและด้านขวาของสนามแข่งขัน โดยวัดจากจุดศูนย์กลางไป 2 เมตร และหันหน้าเข้าหาทางเข้าของผู้แข่งขันทั้งคู่ กรรมการทั้ง 3 ท่านจะมีธงสีแดง และน้ำเงินอยู่คนละคู่

หัวข้อที่ 5: หลักเกณฑ์การตัดสิน

1. การแสดง KATA จะต้องแสดงด้วยความสมบูรณ์ และต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความหมายของแต่ละท่า ในการประเมิน ความสามารถ ของผู้แข่งขันกรรมการ จะดูจาก

A.) ท่าตามความเป็นจริงตามความหมายของ KATA
B.) ความเข้าใจในเทคนิคที่นำมาใช้ (BUNKAI)
C.) ความเหมาะสมของเวลา, จังหวะ, ความเร็ว, การทรงตัว และการรวมพลัง (KIME)
D.) ความถูกต้องและการใช้ลมหายใจอย่างเหมาะสมเพื่อช่วยใน KIME
E.) ความถูกต้องในการรวบรวมความตั้งใจ (CHAKUGAN) และสมาธิ
F.) ความถูกต้องของท่ายืน (DACHI) ด้วยขาที่เกร็งอย่างเหมาะสมและเท้าแบนเรียบที่พื้น
G.) ท้องที่เกร็งอย่างเหมาะสม (HARA) และไม่มีการกระดกขึ้นลงของสะโพกเวลาเคลื่อนตัว
H.) รูปแบบที่ถูกต้อง (KIHON) ของท่าทางที่แสดง
I.) การแสดงท่าทางจะถูกประเมิน ด้วยการวิเคราะห์จุดอื่นๆ ด้วย
J.) ในการแข่งขัน KATA แบบทีมจะดูความกลมกลืนและพร้อมเพรียงกัน โดยไม่ใช้การบอกใบ้ จากการใช้ท่าทางภายนอกมาเป็นปัจจัยในการตัดสินด้วย

2. ใน 2 รอบแรก ผู้แข่งขันที่ใช้ท่าอื่นนอกเหนือจากท่าที่กำหนดจะถูกตัดสิทธิ และผู้แข่งขันที่หยุดชะงักในระหว่าง การแสดง KATA หรือ ผู้ที่แสดง KATA นอกเหนือจากที่ได้ประกาศไว้ จะต้องถูกตัดสิทธิด้วย

คำอธิบายเพิ่มเติม

I. KATA ไม่ใช่การเต้นรำหรือการแสดงละคร ดังนั้นจะต้องยึดมั่นในคุณค่าของเก่าและหลักการดั้งเดิมไว้ จะต้องจริงจังเหมือนในการต่อสู้จริง และแสดงสมาธิ, พลัง, และประสิทธิภาพในการปะทะในเทคนิคของมัน และจะต้องแสดงความแข็งแกร่ง, พลัง, และความเร็ว เช่นเดียวกับท่วงท่าลีลาที่สวยงาม, จังหวะ, และการทรงตัว
II. ใน KATA แบบทีม ผู้ร่วมทีมทั้ง 3 คนจะต้องเริ่ม KATA โดยหันหน้าไปทางเดียวกันให้กรรมการผู้ชี้ขาด
III. สมาชิกในทีมจะต้องแสดงท่าทางในหลักเกณฑ์ของการแสดง KATA โดยพร้อมเพรียงกัน
IV. คำสั่งให้เริ่มและหยุดการแสดง, การกระทืบเท้า, การตบอก แขน หรือเสื้อ, และการหายใจออกอย่างไม่เหมาะสม เป็นตัวอย่างการบอกใบ้จากภายนอก และจะนำมาพิจารณาในการตัดสินด้วย

หัวข้อที่ 6: การดำเนินการแข่งขัน

1. เมื่อเริ่มการแข่งขันแต่ละครั้งในการตอบรับการขานเรียกชื่อ ผู้แข่งขันซึ่งฝ่ายหนึ่งจะใส่สายสีแดง(AKA) และอีกฝ่าย ใส่สายสีน้ำเงิน(SHIRO) จะยืนที่เส้นประจำตำแหน่ง ณ. เส้นสนามการแข่งขันและหันหน้าเข้าหากรรมการผู้ชี้ขาด หลังจากโค้งทำความเคารพให้กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินแล้วฝ่าย SHIRO จะต้องก้าวออกจากสนาม แข่งขัน หลังจากนั้นฝ่าย AKA จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน โดยย้ายกลับมาที่จุดเริ่มต้นและมีการประกาศชื่อที่จะแสดง kata แล้วจึงเริ่มแสดง เมื่อการแสดงเสร็จสิ้นฝ่าย AKA จะออกจากสนามแข่งขันเพื่อให้ฝ่าย SHIRO แสดง เมื่อฝ่าย SHIRO แสดงเสร็จทั้งคู่ก็จะกลับเข้าไปในสนามแข่งขันอีกครั้งเพื่อรอผลการตัดสิน

2. ถ้าการแสดง KATA ไม่เป็นไปตามกฎหรือมีสิ่งผิดปกติอื่นๆ กรรมการผู้ชี้ขาดอาจเรียกกรรมการผู้ช่วยท่านอื่น มาเพื่อขอคำตัดสิน

3. ถ้ามีการตัดสิทธิผู้แข่งกรรมการผู้ชี้ขาดจะไขว้ธงและแยกธง(เหมือน TORIMASEM ในการแข่งขันแบบ KUMITE)

4. หลังจากแสดง KATA เสร็จทั้งคู่ ผู้แข่งขันจะยืนคนข้างกันภายในพื้นที่แข่ง และกรรมการผู้ชี้ขาด จะขอคำตัดสินด้วยการประกาศ “HANTEI” และเป่านกหวีด 1 ครั้ง และจะมีการยกธงขึ้น 3 ธงพร้อมกัน

5. กรรมการผู้ชี้ขาดจะเป่านกหวีดสั้นอีกครั้งเพื่อให้ลดธงลง

6. การตัดสินจะเป็นฝ่ายแดง AKA หรือน้ำเงิน SHIRO ไม่มีการเสมอ ผู้ที่ได้คะแนน 2 หรือ 3 เสียงจะเป็นฝ่ายชนะ และโฆษกจะประกาศชื่อผู้ชนะ

7. ผู้แข่งขันจะโค้งให้กัน จากนั้นจะโค้งให้กลุ่มกรรมการผู้ตัดสินและออกจากสนามแข่งขัน

คำอธิบายเพิ่มเติม

I. จุดเริ่มการแสดง kata จะต้องอยู่ภายในเขตของพื้นที่สนามแข่งขัน

ภาคผนวก
ภาคผนวกที่ 1: คำจำกัดความ
SHOBU HAJIME
เริ่มการแข่งขัน
หลังจากประกาศแล้ว กรรมการผู้ชี้ขาดก้าวไปด้านหลัง
ATOSHI BARAKU

มีเวลาเหลือเพียงเล็กน้อย

ผู้รักษาเวลาให้สัญญาณ 30 วินาที ก่อนหมดเวลา การแข่งและกรรมการผู้ชี้ขาดจะประกาศ “Atoshi Baraku”
YAME
หยุด
เมื่อต้องการขัดจังหวะชั่วคราวหรือการสิ้นสุดการแข่งขัน โดย กรรมการผู้ชี้ขาด ประกาศ “Yame” พร้อมฟาดแขนข้างหนึ่ง จากระดับบนลงมา
MOTO NO ICHI
กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม
ผู้แข่งขันทั้งสอง, กรรมการผู้ชี้ขาด, และกรรมการผู้ช่วย กลับเข้า สู่ตำแหน่งประจำของตน
TSUZUKETE
สู้ต่อไป
กรรมการผู้ชี้ขาดสั่งหลังจากที่การแข่งมีการหยุดโดยที่กรรมการผู้ชี้ขาดไม่ได้สั่งให้หยุด ให้สู้ต่อไป
TSUZUKETE HAJIME
สู้ต่อได้ - เริ่ม
กรรมการผู้ชี้ขาดยืนในท่าที่ขาข้างหนึ่งก้าวมาด้านหน้า (Zenkutsu–Dachi) ขณะที่พูด “Tsuzukete” จะเหยียด แขนและฝ่ามือออกไปด้านนอกไปยังผู้แข่งขัน และพูด ตามด้วย “Hajime” พร้อมวาดฝ่ามือเข้าหากันอย่าง รวดเร็ว พร้อมก้าวถอยหลังในเวลาเดียวกัน
SHUGO
เรียกกรรมการผู้ช่วย
กรรมการผู้ชี้ขาดเรียกกรรมการผู้ช่วย หลังจบการแข่ง ครั้งนั้นหรือรอบนั้น, หรือเมื่อต้องการการรับรอง เพื่อให้ ผู้แข่งออกจากการแข่ง(Shikkaku)
HANTEI
การตัดสิน
กรรมการผู้ชี้ขาดเรียกขอคำตัดสินจากกรรมการผู้ช่วย โดยหลังการเป่านกหวีดและกรรมการผู้ช่วย จะยกธงว่า ผู้แข่งขันฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายได้คะแนน พร้อมๆกับ กรรมการผู้ชี้ขาดให้คะแนนด้วยการยกมือ
HIKIWAKE
เสมอ
ในกรณีมีการตัดสินให้เสมอกัน หลังการประกาศ ขอคำตัดสิน(Hantei) กรรมการผู้ชี้ขาดจะเอาแขน ไขว้กันบริเวณหน้าอก และวาดแขนเฉียงลงมาออก ไปบริเวณข้างลำตัวโดยหงายเอาฝ่ามือออกด้านนอก
TORIMASEN
ไม่สามารถให้คะแนนได้
คล้ายๆกับ HIKIWAKE แต่กรรมการผู้ชี้ขาดจะคว่ำมือลง
ENCHO-SEN
ต่อเวลาการแข่งขัน
กรรมการผู้ชี้ขาดประกาศเริ่มการแข่งขันใหม่อีกครั้งด้วยการสั่งว่า”Shobu Hajimai”
AIUCHI
การทำคะแนนได้
ในเวลาเดียวกัน
ไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนดังกล่าวกรรมการผู้ชี้ขาด จะกำหมัดเข้าหากันบริเวณหน้าอก
AKA (SHIRO) NO KACHI
ฝ่ายแดง(ฝ่ายน้ำเงิน) ชนะ
กรรมการผู้ชี้ขาดวาดแขนเฉียงจากลำตัว ไปยังด้านของผู้แข่งขันที่ได้รับชัยชนะ
AKA (SHIRO) SANBON
ฝ่ายแดง(ฝ่ายน้ำเงิน)
ได้ 3 คะแนน
กรรมการผู้ชี้ขาดยกแขนข้างที่อยู่ด้านผู้ที่ทำคะแนนได้ โดยให้แขนอยู่สูงกว่าระดับไหล่ 45 องศา
AKA (SHIRO) NIHON
ฝ่ายแดง (ฝ่ายน้ำเงิน)
ได้ 2 คะแนนpoints
กรรมการผู้ชี้ขาดยกแขนข้างที่อยู่ด้านผู้ที่ทำคะแนนได้ โดยให้แขนอยู่พอดีกับระดับไหล่
AKA (SHIRO) IPPON
ฝ่ายแดง (ฝ่ายน้ำเงิน)
ได้ 1 คะแนน
กรรมการผู้ชี้ขาดยกแขนข้างที่อยู่ด้านผู้ทำคะแนนได้ โดยให้แขนอยู่ต่ำกว่าระดับไหล่ 45 องศา
CHUKOKU
การเตือนเนื่องจากการ ละเมิดประเภท 1 หรือ 2 โดยไม่มีการลงโทษ
ละเมิดประเภท 1 กรรมการผู้ชี้ขาดหันไปทางผู้แข่งขัน ที่ละเมิดกฎและไขว้แขนทั้ง 2 ข้างระดับหน้าอก ส่วนการละเมิดประเภทที่ 2 กรรมการผู้ชี้ขาดใช้นิ้วชี้ (งอแขน) ชี้ไปยังใบหน้าของผู้แข่งขันที่ละเมิดกฎ
KEIKOKU
การเตือนแล้วตามด้วยบท
ลงโทษ IPPON (1 คะแนน)
กรรมการผู้ชี้ขาดให้สัญลักษณ์ว่าละเมิดกฎประเภท 1 หรือ 2 โดยการใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่ผู้แข่งขันที่ละเมิดกฎ ด้วยมุมทะแยงประมาณ 45 องศาต่ำกว่าระดับไหล่ และให้คะแนนฝ่ายตรงข้าม 1 คะแนน
HANSOKU-CHUI
การเตือนแล้วตามด้วยบทลงโทษ NIHON (2 คะแนน)
กรรมการผู้ชี้ขาดให้สัญญานว่าละเมิดกฎประเภท 1 หรือ 2 โดยการชี้ไปที่ผู้แข่งขันที่ละเมิดกฎ ในแนวที่ขนาน กับพื้นและให้คะแนน ฝ่ายตรงข้ามคู่ต่อสู้ 2 คะแนน
HANSOKU
ถูกตัดสิทธิการแข่งขัน
กรรมการผู้ชี้ขาดให้สัญลักษณ์ว่าละเมิดกฎประเภท 1 หรือ 2 ใช้นิ้วชี้ชี้ไปยังผู้แข่งที่ละเมิดกฎทำมุมทะแยง ประมาณ 45 องศา สูงกว่าระดับไหล่และประกาศให้ฝ่าย ตรงข้ามเป็นผู้ชนะ
JOGAI
ออกนอกพื้นที่แข่งขัน
กรรมการผู้ชี้ขาดใช้นิ้วชี้ชี้ไปยังด้านผู้ออกนอกพื้นที่ เพื่อประกาศว่าผู้แข่งคนนี้ได้ออกนอกพื้นที่แข่งขัน
SHIKKAKU
การตัดสิทธิออกจากการแข่งขัน
กรรมการผู้ชี้ขาดใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่ผู้ที่ละเมิดกฎทำมุม 45 องศาสูงกว่าระดับไหล่ แล้วชี้เฉียงวาดไปทางด้านหลัง ของกรรมการผู้ชี้ขาด พร้อมประกาศว่า “AKA(Shiro) Shikkaku” และประกาศให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ชนะ
KIKEN
ไม่สามารถเข้าร่วมการ แข่งได้
กรรมการผู้ชี้ขาดใช้นิ้วชี้ชี้ไปยังเส้นเริ่มการแข่งขันด้าน ของผู้แข่งขันที่โดยให้แขนทำมุม 45 องศา
MUBOBI
การเตือนเนื่องจากไม่ระวังต่อความปลอดภัยใน การแข่งทำให้ตัวเองเสี่ยง กับอันตราย
กรรมการผู้ชี้ขาดใช้มือแตะใบหน้าตนเองและหันสันมือ ออกด้านนอก ขยับมือออกและเข้า เพื่อให้กรรมการผู้ช่วย รับทราบว่าผู้แข่งขันคนนั้นไม่ระมัดระวังความปลอดภัยต่อตนเอง
ภาคผนวกที่ 2: ท่าสัญญาณของกรรมการผู้ชี้ขาดและสัญญาณธงของกรรมการผู้ช่วย

คำประกาศและท่าสัญญานของกรรมการผู้ชี้ขาด

SHOBU HAJIME

"เริ่มต้นการแข่งขัน"

หลังการประกาศกรรมการผู้ชี้ขาดก้าวเท้ากลับไปข้างหลัง 1 ก้าว

OTAGAI-NI-REI

"เคารพกันและกัน"

กรรมการผู้ชี้ขาดให้สัญญาณให้ผู้แข่งขันโค้งคำนับให้แก่กัน

TSUZUKETE HAJIME

"การต่อสู้พร้อม-- เริ่ม"

กรรมการพูด “TSUZUKETE” และยืนก้าวเท้าไปข้างหน้า พร้อมกับยืดแขนออกไปข้างหน้า โดยฝ่ามือหันหันหน้าเข้าหา ผู้แข่งขันทั้งสองและเมื่อกรรมการพูดต่อว่า “HAJIME” ก็จะพลิก มือกลับ พร้อมกับกวาดมือมาตรงกลางพร้อมกับก้าวไปข้างหลัง

YAME

"หยุด"

เป็นการขัดจังหวะหรือหยุดการแข่งขันหรือยกนั้น เมื่อกรรมการ ผู้ชี้ขาดประกาศ เขาก็จะทำท่ามือสับลงตรงกลาง

การละเมิดพฤติกรรมต้องห้ามประเภทที่ 1

กรรมการผู้ชี้ขาดทำมือไขว้กันตรงข้อมือในระดับอก

การละเมิดพฤติกรรมต้องห้ามประเภทที่ 2

กรรมการผู้ชี้ขาดชี้ไปที่ผู้ที่ละเมิดพฤติกรรมต้องห้าม โดยงอแขน เล็กน้อย

การสัมผัสกันมากเกินไป

กรรมการผู้ชี้ขาดบอกกรรมการผู้ช่วยว่ามีการกระทบกันรุนแรง ไปเป็นการละเมิดพฤติกรรมต้องห้ามแบบที่ 1

IPPON (1 point)

กรรมการผู้ชี้ขาดทำแขนกางแขนออก 45 องศา ไปด้านข้างลำตัว ทางด้านของผู้ที่ได้คะแนน

NIHON (2 Points)

กรรมการผู้ชี้ขาดจะกางแขนกางขนานกับไหล่ ไปทางด้านของผู้ที่ได้คะแนน

SANBON (3 Points)

กรรมการผู้ชี้ขาดกางแขนออกไปข้างบน 45 องศาไปทางด้าน ของผู้ที่ได้คะแนน

NO KACHI (Win)

หลังจากสิ้นสุดการแข่งขันหรือรอบการแข่งขัน กรรมการผู้ชี้ขาด กางแขนขึ้น 45 องศาไปทางด้านของผู้ที่ชนะ

ยกเลิกการตัดสินครั้งที่แล้ว

กรรมการผู้ชี้ขาดหันหน้าไปทางผู้แข่งขัน ประกาศ “AKA” หรือ “SHIRO” พร้อมไขว้แขน แล้วทำท่าตัดมือลงเอาแขนลงข้างลำตัว เพื่อแสดงว่าการตัดสินที่ผ่านมายกเลิกไป

KEIKOKU

"ปรับ 1 คะแนน"

กรรมการผู้ชี้ขาดระบุว่าเป็นการละเมิดพฤติกรรมต้องห้าม ประเภทที่ 1 หรือ 2 แล้วชี้นิ้วลง 45 องศาต่ำกว่าระดับไหล่ไปทาง ผู้ที่ละเมิดพฤติกรรมต้องห้าม และให้คะแนน IPPON (1 คะแนน) แก่ฝ่ายตรงข้าม

HANSOKU CHUI

"ปรับ 2 คะแนน"

กรรมการผู้ชี้ขาดระบุ การละเมิดพฤติกรรมต้องห้ามประเภทที่ 1 หรือ 2 แล้ว ชี้นิ้วขนานไปทางผู้ละเมิดพฤติกรรมต้องห้าม และให้คะแนน NIBON (2 คะแนน) แก่ฝ่ายตรงข้าม

HANSOKU

"ปรับแพ้และตัดสิทธิการแข่งขัน"

กรรมการผู้ชี้ขาดระบุกระทำผิดประเภท 1 หรือ 2 แล้วชี้นิ้วขึ้น ทำมุม 45 องศา สูงกว่าระดับไหล่ไปในทางด้านของผู้ที่ละเมิด พฤติกรรมต้องห้าม และประกาศให้ฝ่ายตามข้ามเป็นผู้ชนะ

SHIKKAKU

"ตัดสิทธิการแข่งและให้ออกจากพื้นที่แข่ง"

กรรมการผู้ชี้ขาดใช้นิ้วชี้ไปที่ผู้ละเมิดกฎทำมุม 45 องศา สูงกว่า ระดับไหล่ แล้วชี้เฉียงวาดไปทางด้านหลังของกรรมการผู้ชี้ขาด ประกาศว่า “AKA(SHIRO) SHIKKAKU” แล้วประกาศให้ฝ่าย ตรงข้ามเป็นผู้ชนะ “shiro(aka) no kachi”


JOGAI

"ออกนอกพื้นที่การแข่งขัน"

กรรมการผู้ชี้ขาดชี้นิ้วไปบริเวณเส้นขอบสนามด้านผู้แข่ง ที่ละเมิดกฏ

SHUGO

"เรียกกรรมการตัดสินผู้ช่วย"

กรรมการผู้ชี้ขาดเรียกกรรมการผู้ช่วยหลังจบการแข่งขัน หรือรอบนั้น หรือเพื่อขอแนะนำว่าควร SHIKKAKU หรือไม่

TORIMASEN

"ไม่สามารถให้คะแนนเทคนิคได้"

กรรมการผู้ชี้ขาดไขว้แขน แล้ววาดแขนเฉียงลงด้านข้างลำตัว

HIKIWAKE

"เสมอ"

ถ้ามีการตัดสินไม่ได้ในช่วงประกาศ “HANTEI” กรรมการผู้ชี้ขาดจะ ไขว้แขนแล้ววาดแขนเฉียงลง ข้างลำตัวโดยหงายมือออกด้านหน้า

AIUCHI

"ผู้แข่งทั้งสองใช้เทคนิคที่ได้คะแนนในเวลาเดียวกัน"

ไม่มีใครได้รับคะแนนในครั้งนี้ กรรมการผู้ชี้ขาดจะกำหมัดเข้าหากัน บริเวณหน้าอก

เทคนิคถูกกีดขวางหรือผิดเป้าหมาย

กรรมการผู้ชี้ขาดวางมือลงบนแขนอีกข้างเพื่อบอกกรรมการผู้ช่วย ว่าเทคนิคนี้ถูกกีดขวาง หรือโดนในจุดที่ไม่ได้คะแนน

AKA (SHIRO) ได้คะแนนก่อน

กรรมการผู้ชี้ขาดบอกกรรมการผู้ช่วยว่า AKA ทำคะแนนได้ก่อน โดยเปิดมือขวาชี้เข้าหามือซ้าย ถ้า SHIRO ได้คะแนนก่อน จะชี้มือซ้ายเข้าหามือขวา

MUBOBI

"ทำให้ตัวเองเสี่ยงกับอันตราย, ขาดการป้องกัน"

กรรมการผู้ชี้ขาดแตะหน้าแล้วหันสันมือออกด้านหน้าแล้วยืดมือเข้า- ออกตรงด้านหน้า เพื่อบอกกรรมการผู้ช่วยว่าผู้แข่งขันอาจทำให้ ตนเองเสี่ยงกับอันตรายได้

เทคนิคผิดพลาด

กรรมการผู้ชี้ขาดกำมือแนบหน้าลำตัว เพื่อบอกกรรมการผู้ช่วยว่า เทคนิคนี้ผิดพลาด หรือโดนไม่ถูกจุดที่ได้คะแนน

เทคนิคอ่อนเกินไป

กรรมการผู้ชี้ขาดทำมือขึ้นลงโดยคว่ำมือ เพื่อบอกกรรมการผู้ช่วยว่า เทคนิคนี้ไม่มีพลังเพียงพอ

ระยะไม่ถูกต้อง(ห่างเกินไป)

กรรมการผู้ชี้ขาดทำมือตั้งฉากฝ่ามือหันเข้าหากัน ห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อบอกกรรมการผู้ช่วยว่า ระยะของเทคนิคนี้ไม่ถูกต้อง

ระยะไม่ถูกต้อง(ใกล้เกินไป)

กรรมการผู้ชี้ขาดทำมือไขว้กัน ให้หลังมือหันเข้าหากัน ฝ่ามือชี้ไปทาง ด้านหน้า เพื่อบอกว่าระยะของเทคนิคนี้ไม่ถูกต้อง

พิจารณาใหม่

หลังจากได้บอกเหตุผลกรรมการผู้ชี้ขาดขอให้กรรมการผู้ช่วย พิจารณาความเห็นใหม่

KIKEN

"การประกาศสละสิทธิการแข่ง"

กรรมการผู้ชี้ขาดชี้นิ้วไปยังเส้นของผู้แข่งขันและประกาศให้ ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ชนะ